“รมว.ซาบีดา” ลงพื้นที่เชียงใหม่รับฟังความคิดเห็นเครือข่ายชาติพันธุ์ เดินหน้าบังคับใช้กฎหมาย เร่งตั้งสภาคุ้มครองชาติพันธุ์ให้เสร็จภายใน ก.ย. นี้

วันที่ 18 กรกฎาคม 2569 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ลงพื้นที่สมาคมศูนย์รวมการศึกษาและวัฒนธรรมของชาวไทยภูเขาในประเทศไทย (IMPECT) จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 พร้อมรับฟังข้อเสนอจากพี่น้องเครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์กว่า 10 กลุ่ม ย้ำจุดยืนกระทรวงวัฒนธรรม เร่งเดินหน้าบังคับกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเป็นหลักประกันและแก้ไขปัญหาให้กลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทยอย่างยั่งยืน โดยมี นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายเจษฎา ชีวะวิชวาลกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.แพร ศิริศักดิ์ดำเกิง ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายพจนาถ ปัญญาศิลป์ รองอธิบดีกรมการศาสนา นายอิสระ ริ้วตระกูลไพบูลย์ รองผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย พร้อมด้วย คณะผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมลงพื้นที่

นางสาวซาบีดา เปิดเผยว่า การลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ กระทรวงวัฒนธรรมจึงได้กำหนดแผนปฏิบัติการที่ชัดเจน โดยจะเปิดรับขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์ผ่านระบบออนไลน์ให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคมนี้ จากนั้นจะดำเนินการเลือกตัวแทนสมาชิกสภาและสรรหากรรมการผู้แทนกลุ่มชาติพันธุ์เข้าสู่สภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทยให้เสร็จสิ้นภายในเดือนกันยายน ซึ่งจะส่งผลให้คณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ครบองค์ประกอบ และพร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มรูปแบบ

“ข้อเสนอจากพื้นที่จริงของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ในวันนี้ เป็นโจทย์สำคัญที่กระทรวงวัฒนธรรม จะนำไปจัดทำแผนแม่บทด้านชาติพันธุ์ของประเทศระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2571–2575) กระทรวงวัฒนธรรมจะใช้แผนแม่บทนี้เป็นเครื่องมือบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานรัฐ เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณและการแก้ปัญหาตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนชาติพันธุ์อย่างแท้จริง กฎหมายฉบับนี้คือหมุดหมายสำคัญในการยกระดับสังคมไทย เพื่อเปลี่ยนความหลากหลายทางชาติพันธุ์ให้เป็นพลังสำคัญในการสร้างความมั่นคงให้ประเทศชาติอย่างยั่งยืน” นางสาวซาบีดา กล่าวทิ้งท้าย