กรมหม่อนไหมเปิดบ้านต้อนรับคณะผู้เข้าประกวด Mrs. Thailand World 2026 ร่วมสืบสานภูมิปัญญาหม่อนไหมไทย

วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.00 น. นายศรัญญู พูลลาภ อธิบดีกรมหม่อนไหม มอบหมายให้ นางณัฐธัญ กาหลง รองอธิบดีกรมหม่อนไหม เป็นประธานและกล่าวต้อนรับคณะผู้บริหารกองประกวด Mrs. Thailand World 2026 และผู้เข้าประกวดฯ จำนวน 18 คน ในโอกาสศึกษาดูงานด้านหม่อนไหม โดยมีคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมหม่อนไหม ร่วมให้การต้อนรับ ณ กรมหม่อนไหม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

นายศรัญญู พูลลาภ อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า กรมหม่อนไหมมีภารกิจสำคัญในการอนุรักษ์ ส่งเสริม และพัฒนางานด้านหม่อนไหมของประเทศอย่างครบวงจร ตั้งแต่การปลูกหม่อน การเลี้ยงไหม การผลิตเส้นไหม ไปจนถึงการทอผ้าไหม ตลอดจนการยกระดับคุณภาพมาตรฐานและการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์หม่อนไหม สอดรับกับนโยบายยุทธศาสตร์ 4S ของนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งยกระดับผ้าไหมไทยควบคู่กับการสืบสานภูมิปัญญาของชาติ การเปิดบ้านต้อนรับคณะผู้เข้าประกวดฯ ในครั้งนี้ จึงนับเป็นโอกาสอันดีที่กรมหม่อนไหมได้เผยแพร่องค์ความรู้และคุณค่าของหม่อนไหมไทยไปยังเครือข่ายบุคคลผู้มีศักยภาพในการประชาสัมพันธ์ในวงกว้าง

โอกาสนี้ กรมหม่อนไหมได้จัดกิจกรรมให้คณะผู้เข้าประกวดฯ เรียนรู้กระบวนการผลิตหม่อนไหมของไทยตลอดห่วงโซ่การผลิต ประกอบด้วย นิทรรศการการเรียนรู้ด้านหม่อนไหม การสาธิตกระบวนการสาวไหม การสาธิตกระบวนการทอผ้าไหม พร้อมทดลองปฏิบัติจริง และกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) การทำสบู่จากโปรตีนไหมและการทำต่างหูจากเส้นไหม ซึ่งเป็นการต่อยอดสินค้าหม่อนไหมสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ตลอดจนการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์หม่อนไหม แหล่งเรียนรู้ที่รวบรวมประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญา และวิถีชีวิตอันเกี่ยวเนื่องกับหม่อนไหมไทยจากอดีตถึงปัจจุบัน รวมทั้งพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่มีต่อการอนุรักษ์และพัฒนาอุตสาหกรรมหม่อนไหมไทย

รองอธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวเพิ่มเติมว่า คณะผู้เข้าประกวด Mrs. Thailand World 2026 ซึ่งเป็นสตรีผู้มีความรู้ความสามารถและเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม จะเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการเผยแพร่คุณค่าของผ้าไหมไทยและผลิตภัณฑ์หม่อนไหมผ่านสื่อสังคมออนไลน์และกิจกรรมสาธารณะ ช่วยขยายการรับรู้สู่ประชาชน ส่งเสริมการใช้ผ้าไหมไทยในชีวิตประจำวัน พร้อมทั้งร่วมขับเคลื่อนผ้าไหมไทยในฐานะซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศ เพื่อสร้างชื่อเสียงและมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศไทยอีกด้วย