เกษตรฯ ดัน “อาสาสมัครเกษตร” เชื่อมข้อมูล จัดการน้ำสู้เอลนีโญ !

ภาคการเกษตรไทยกำลังเผชิญความท้าทายครั้งสำคัญจากความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะวิกฤตการณ์ ซูเปอร์เอลนีโญ (Super El Niño) ปี 2569–2570 ที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเนื่อง ทั้งปัญหาฝนทิ้งช่วง ภัยแล้ง และปริมาณน้ำต้นทุนที่ลดลง ซึ่งอาจยืดเยื้อถึง 2 ปี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงเร่งยกระดับศักยภาพ อาสาสมัครเกษตร (อกษ.) และ อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) ให้เป็นกำลังสำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูล ถ่ายทอดองค์ความรู้ และสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำในระดับพื้นที่ เพื่อเสริมความพร้อมรับมือสถานการณ์และลดผลกระทบต่อเกษตรกร

นางสาวนฤมล สงวนวงศ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การพัฒนาอาสาสมัครเกษตรในยุคปัจจุบันไม่ได้มุ่งเพียงการรับมือกับปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการยกระดับศักยภาพรอบด้าน เพื่อก้าวสู่การเป็น “เกษตรกรอัจฉริยะ” ผ่านการบูรณาการความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและภาคีเครือข่าย ให้มีทั้งองค์ความรู้ เครื่องมือดิจิทัล และทักษะด้านการบริหารจัดการน้ำที่ทันสมัย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ร่วมกับสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) และสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครเกษตร (อกษ.) และอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) เพื่อยกระดับความพร้อมในการเฝ้าระวังและรับมือภัยธรรมชาติของอาสาสมัครเกษตรทั่วประเทศ ควบคู่กับการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตผ่านแพลตฟอร์ม E-Workforce Ecosystem (EWE) ซึ่งใช้สำรวจศักยภาพและแรงจูงใจของอาสาสมัคร พร้อมเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ออนไลน์ที่รวบรวมหลักสูตรด้านการเกษตรสมัยใหม่ การรับมือภัยพิบัติ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และการพัฒนาทักษะอาชีพเพื่อสร้างรายได้เสริม ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้แก่เกษตรกรและอาสาสมัครโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ผู้สนใจสามารถสมัครใช้งานผ่านเว็บไซต์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือระบบ EWE และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ หรือเจ้าหน้าที่เกษตรตำบลในพื้นที่

นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครเกษตร (อกษ.) และอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) มาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นกำลังสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ ข่าวสาร และการให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วงที่ภาคการเกษตรต้องเผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการผลิต การประกอบอาชีพ และความมั่นคงทางอาหารของประเทศ กรมส่งเสริมการเกษตรจึงร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการยกระดับความพร้อมในการรับมือวิกฤตการณ์ภัยพิบัติซูเปอร์เอลนีโญ (Super El Niño) โดยเปิดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ พร้อมถ่ายทอดแนวทางการบริหารจัดการน้ำ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และแพลตฟอร์มการเรียนรู้มาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของอาสาสมัครเกษตรให้สามารถเป็นผู้ประสานงาน ผู้ให้คำแนะนำ และเป็นที่พึ่งของเกษตรกรในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที