กระทรวงสาธารณสุข จัดหลักสูตรอบรม “พยาบาลผู้จัดการทรัพยากรทางการแพทย์ (UM Nurse)” ยกระดับพยาบาลวิชาชีพกลุ่มงานประกันสุขภาพ เสริมศักยภาพในการบริหารทรัพยากรสุขภาพให้เกิดการใช้อย่างคุ้มค่า ควบคู่การคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยให้เข้าถึงการรักษาที่เหมาะสมและทันท่วงที มุ่งสู่เป้าหมาย “รักษาดี ทันเวลา ค่าใช้จ่ายเหมาะสม” พร้อมหนุนความก้าวหน้าให้เป็นอีกหนึ่งสาขาของพยาบาลเฉพาะทาง

วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ณ โรงแรมไมด้า งามวงศ์วาน จังหวัดนนทบุรี นายแพทย์เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดการอบรมหลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้น “พยาบาลผู้จัดการทรัพยากรทางการแพทย์” (Utilization Management Nurse : UM Nurse) พร้อมปาฐกถาพิเศษเรื่อง “นโยบายการบริหารทรัพยากรทางการแพทย์ในระบบสุขภาพ” โดยมี นางสาวอุไรพร จันทะอุ่มเม้า ผู้อำนวยการกองการพยาบาล พร้อมด้วยพยาบาลวิชาชีพผู้รับผิดชอบกลุ่มงานประกันสุขภาพ จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลชุมชน สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมอบรม จำนวน 44 คน
นายแพทย์เอกชัย กล่าวว่า จากมติ อ.ก.พ. กระทรวงสาธารณสุข ครั้งที่ 5/2565 เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2565 มีมติเห็นชอบการเพิ่มสายงานพยาบาลวิชาชีพ ภารกิจโครงสร้าง และกรอบอัตรากำลังกลุ่มงานประกันสุขภาพในกลุ่มงานประกันสุขภาพของสำนักงาสาธารณสุขจังหวัด 1-2 อัตรา โรงพยาบาลศูนย์ 5-7 อัตรา โรงพยาบาลทั่วไป 3-5 อัตรา โรงพยาบาลชุมชนขนาดใหญ่ 2 อัตรา โรงพยาบาลชุมชนขนาดเล็ก 1 อัตรา ส่งผลให้มีพยาบาลวิชาชีพ ปฏิบัติงานในกลุ่มงานประกันสุขภาพ ตามกรอบที่กำหนด ดังนั้น สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขจึงมุ่งยกระดับบทบาทพยาบาลกลุ่มนี้ ผ่านการจัดอบรม “พยาบาลผู้จัดการทรัพยากรทางการแพทย์ (Utilization Management Nurse : UM Nurse)” โดยถอดบทเรียนความสำเร็จจากต่างประเทศและโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำในประเทศไทย เพื่อให้เป็น UM Nurse ที่มีสมรรถนะสูง มีการใช้ทรัพยากรสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพการรักษาพยาบาล สร้างความยั่งยืนด้านการเงินการคลังของระบบสุขภาพ พร้อมทั้งผลักดันให้เป็นพยาบาลเฉพาะทางอีกสาขาหนึ่ง เพื่อความก้าวหน้าทางวิชาชีพ ซึ่งจะช่วยสร้างแรงจูงใจและรักษาบุคลากรคุณภาพให้อยู่ในระบบบริการสุขภาพของประเทศได้

ด้านนางสาวอุไรพร กล่าวว่า การยกระดับพยาบาลสู่บทบาท “พยาบาลผู้จัดการทรัพยากรทางการแพทย์” นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการปฏิรูประบบบริการสุขภาพไทยที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงบประมาณและทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่เหมาะสม ทันเวลา มีคุณภาพ และเกิดความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์สุขภาพ เสริมสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนของระบบสาธารณสุขไทยในระยะยาว โดยการอบรมครั้งนี้เป็นการนำร่องหลักสูตร ใช้ระยะเวลาฝึกอบรม 10 วัน ระหว่างวันที่ 13 – 24 กรกฎาคม 2569 รวมทั้งสิ้น 60 ชั่วโมง โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศเป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ ทั้งระบบการเงินการคลังสุขภาพ การบริหารทรัพยากรทางการแพทย์ การจัดการรายกรณี (Case Management) การวางแผนจำหน่ายและส่งต่อผู้ป่วย (Discharge Planning) การตรวจสอบเวชระเบียนและข้อมูลการเบิกจ่าย ระบบสารสนเทศทางการแพทย์ การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ ตลอดจนประเด็นด้านจริยธรรมและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง








