
ผศ.ดร.พงค์เทพ สุธีรวุฒิ ประธานอนุกรรมการสนับสนุนการขับเคลื่อนและติดตามการดำเนินงานตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพสังคมและสุขภาวะ เป็นประธานการประชุมติดตาม มติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ 10.1 เรื่อง “การส่งเสริมให้คนไทยทุกช่วงวัยมีกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้น”

โดยมี ดร.เพ็ญ สุขมาก ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ เข้าร่วม นำเสนอ แลกเปลี่ยนความก้าวหน้าการดำเนินงาน พร้อมกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนในระยะต่อไป เพื่อผลักดันให้ “กิจกรรมทางกาย” กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประชาชน และเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)

การประชุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การขับเคลื่อนตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติได้ก้าวจากการรณรงค์ให้ออกกำลังกาย ไปสู่การสร้าง “ระบบนิเวศที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกาย (Active Environment)” ผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งด้านนโยบาย การผังเมือง การคมนาคม การศึกษา สถานประกอบการ และชุมชน โดยใช้ “สมัชชาสุขภาพจังหวัด” เป็นกลไกกลางในการเชื่อมโยงภาคี สร้างการมีส่วนร่วม และผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบในระดับพื้นที่
พื้นที่ต้นแบบพิสูจน์ว่า “การขยับ” สามารถเปลี่ยนทั้งระบบได้
จังหวัดนำร่องหลายแห่งได้นำเสนอผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการส่งเสริมกิจกรรมทางกายสามารถเชื่อมโยงกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมของพื้นที่ได้อย่างแท้จริง
• จังหวัดยะลา ผลักดัน “วาระจังหวัดด้าน NCD Ecosystem” จัดตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัด พัฒนาพื้นที่สุขภาวะ และบรรจุประเด็นกิจกรรมทางกายไว้ในแผนพัฒนาจังหวัด
• จังหวัดน่าน ขับเคลื่อนผ่านความร่วมมือของ 29 ภาคี เกิดมาตรการทางสังคม เช่น โรงเรียนออกกำลังกายทุกวันพุธ เมืองเดินได้ เมืองปั่นได้ และกิจกรรม “น่านขยับ พิชิตภัย NCD”
• จังหวัดกาญจนบุรี พัฒนาโมเดล Move Together เชื่อมโยงโรงเรียน วัด ร้านค้า ชุมชน และ อสม. พร้อมมาตรการร้านอาหารลดหวานและการสร้างต้นแบบผู้นำสุขภาพ
• จังหวัดสุราษฎร์ธานี เชื่อมโยงโรงเรียน ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมออกแบบกิจกรรมทางกายให้เหมาะสมกับบริบทพื้นที่
นอกจากนี้ จังหวัดภูเก็ตและจังหวัดยะลา ยังสามารถผลักดันประเด็นกิจกรรมทางกายเข้าสู่แผนพัฒนาจังหวัด ส่งผลให้เกิดการสนับสนุนงบประมาณและการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นตัวอย่างของการนำมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมทุกกระทรวงร่วมสร้าง “ประเทศไทยขยับได้”
การประชุมยังสะท้อนว่า การส่งเสริมกิจกรรมทางกายไม่ใช่ภารกิจของภาคสาธารณสุขเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกกระทรวงและทุกภาคส่วน โดยมีความก้าวหน้าที่สำคัญ อาทิ
• กรมอนามัย ขับเคลื่อน Active School, Active Society และ Healthy City ครอบคลุมทุกช่วงวัย
• กรมพลศึกษา ตั้งเป้าพัฒนาชมรมออกกำลังกายในทุกตำบลทั่วประเทศ
• กระทรวงศึกษาธิการ ปรับหลักสูตรและเวลาเรียนให้เด็กและเยาวชนมีกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้น
• กระทรวงคมนาคม พัฒนาเส้นทางจักรยาน ทางเดิน และโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการเดินและการปั่นจักรยาน
• กระทรวงกลาโหม เตรียมเปิดพื้นที่ค่ายทหารบางแห่งให้ประชาชนใช้เป็นพื้นที่ออกกำลังกาย
• กระทรวงแรงงาน ส่งเสริมสถานประกอบการสุขภาพดีและกิจกรรมทางกายในสถานที่ทำงาน
• สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สนับสนุนการใช้กองทุนสุขภาพตำบลเป็นกลไกขับเคลื่อนกิจกรรมทางกายในชุมชน
• กรมประชาสัมพันธ์ และ กสทช. สนับสนุนการสื่อสารสาธารณะและการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
สช. วาง 5 แนวทาง ขับเคลื่อนมติสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบจากข้อเสนอและบทเรียนที่ได้รับ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) จะนำผลการประชุมไปต่อยอดสู่การขับเคลื่อนเชิงนโยบาย ผ่าน 5 แนวทางสำคัญ ได้แก่
1. ยกระดับ “กิจกรรมทางกาย” เป็นวาระร่วมของประเทศ
เชื่อมโยงการดำเนินงานของทุกกระทรวงและทุกภาคส่วน ภายใต้เป้าหมายร่วมในการลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง ลดโรค NCDs และสร้าง Active Society พร้อมเตรียมนำเสนอผลการดำเนินงานในการประชุม สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 19 (NHA 19) รวมทั้งรายงานความก้าวหน้าต่อคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติและคณะรัฐมนตรี เพื่อผลักดันเชิงนโยบายอย่างต่อเนื่อง
2. ใช้กลไกสมัชชาสุขภาพจังหวัดเป็นพื้นที่กลางของการขับเคลื่อน
สนับสนุนให้ทุกจังหวัดใช้กระบวนการสมัชชาสุขภาพในการระดมภาคี วิเคราะห์ข้อมูล ออกแบบมาตรการร่วม และผลักดันเข้าสู่แผนพัฒนาจังหวัดและแผนพัฒนาท้องถิ่น
3. เชื่อมโยงการดำเนินงานกับ NCD Ecosystem (3:5:5)
ส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่สุขภาวะ (Healthy Public Space) การประยุกต์ใช้เศรษฐศาสตร์พฤติกรรม (Behavioral Economics) ระบบเครดิตทางสังคม (Social Credit) และมาตรการด้านการเงินการคลัง เพื่อทำให้ “ทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ” เป็นทางเลือกที่ง่ายของประชาชน
4. ขยายผลพื้นที่ต้นแบบสู่ทุกจังหวัด
รวบรวมองค์ความรู้ บทเรียน นวัตกรรม และมาตรการที่ประสบผลสำเร็จจากจังหวัดนำร่อง พัฒนาเป็นต้นแบบสำหรับการประยุกต์ใช้ในพื้นที่อื่นที่มีบริบทแตกต่างกัน
5. พัฒนาระบบติดตามและประเมินผลร่วมกัน
เชื่อมโยงข้อมูล ตัวชี้วัด และผลลัพธ์ของทุกหน่วยงาน เพื่อให้สามารถติดตามความก้าวหน้า รายงานผลต่อคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และสมัชชาสุขภาพแห่งชาติได้อย่างต่อเนื่อง และใช้ข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย
เป้าหมายสำคัญ คือ ทำให้ “การขยับร่างกาย” เป็นเรื่องง่ายในชีวิตประจำวัน และทำให้ “สุขภาพดี” เป็นทางเลือกที่ทุกคนเข้าถึงได้ ซึ่งเป็นหัวใจของการขับเคลื่อน NCD Ecosystem และการสร้างสังคมสุขภาวะอย่างยั่งยืนของประเทศไทย









