รมต สุชาติ เฉียบสั่ง กรมอุทยานฯ ลุย! ติดป้าย ริ้อ โรงแรมดังภูเก็ต

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินหน้า “ ภูเก็ตโมเดล ”เร่งบังคับใช้กฎหมายกับผู้บุกรุกพื้นที่อนุรักษ์ทุกรายอย่างเสมอภาค ไม่มีข้อยกเว้น ล่าสุด “รมว.สุชาติ ชมกลิ่น” สั่งเปิดปฏิบัติการบังคับคดีรื้อถอนโรงแรมและวิลล่าหรูในเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ จังหวัดภูเก็ต หลังคดีถึงที่สุด ทวงคืนพื้นที่ป่ารวมกว่า 25 ไร่ กลับคืนเป็นสมบัติของแผ่นดิน

วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้ พลตำรวจตรี สุรพล บุญมา เลขานุการ รมว.ทส. พร้อมด้วย พลตำรวจโท อิทธิพร โพธิ์ทอง ที่ปรึกษา ของรมว.ทส. นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการกำลังร่วมกับอุทยานแห่งชาติสิรินาถและสำนักงานบังคับคดีจังหวัดภูเก็ต ลงพื้นที่ดำเนินการบังคับคดีตามคำพิพากษาของศาลอย่างเด็ดขาด​ จากนั้นคณะได้ร่วมลงพื้นที่กับคณะนายพลพีร์ สุวรรณฉวี​ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) เพื่อติดตามปฏิบัติการบังคับคดีตามคำพิพากษาของศาล ในคดีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ “เขารวก ป่าเขาเมือง” และเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งถือเป็นคดีที่ 2 ภายใต้แผนปฏิบัติการ “ภูเก็ตโมเดล” ของรัฐบาลนายอนุทิน​ ชาญวีรกุล​ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ด้านพลตำรวจตรีสุรพล บุญมา เลขา รมว.ทส. กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบาย “ภูเก็ตโมเดล” ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่กำหนดให้การทวงคืนทรัพยากรธรรมชาติ การจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดิน และการปราบปรามการบุกรุกพื้นที่อนุรักษ์เป็นวาระสำคัญของรัฐบาล เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ในการบังคับใช้กฎหมาย ให้ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน และสร้างความเชื่อมั่นว่าทรัพยากรของชาติจะต้องตกเป็นของประชาชน ไม่ใช่ของผู้มีอิทธิพลหรือกลุ่มทุน

ด้านนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ครอบคลุมคดีบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถจำนวน 2 คดี ซึ่งศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าปิดประกาศบังคับคดีเพื่อดำเนินการขับไล่และรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างตามขั้นตอนของกฎหมาย

คดีแรกเป็นพื้นที่โรงแรมแห่งหนึ่งในตำบลสาคู อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เนื้อที่กว่า 13 ไร่ โดยศาลฎีกามีคำพิพากษายืนให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) พร้อมสั่งขับไล่และรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด หลังตรวจสอบพบมีอาคารโรงแรมและวิลล่าหรูรวม 39 หลัง ปัจจุบันสำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต สาขาถลาง ได้ดำเนินการเพิกถอนเอกสารสิทธิแล้ว และอุทยานแห่งชาติสิรินาถได้เริ่มกระบวนการบังคับคดีเพื่อรื้อถอนตามคำพิพากษา

ส่วนอีกคดีอยู่ในพื้นที่ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง เนื้อที่ประมาณ 12 ไร่ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ “เขารวก ป่าเขาเมือง” และเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ ศาลมีคำพิพากษาให้ผู้ครอบครองออกจากพื้นที่ หลังพบการนำเอกสาร ส.ค.1 ปลอมมาใช้ในการออกโฉนด ซึ่งอธิบดีกรมที่ดินได้เพิกถอนโฉนดแล้ว แม้ผู้ครอบครองจะยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง แต่คำพิพากษาคดีขับไล่ยังมีผลบังคับใช้ เจ้าหน้าที่จึงเข้าปิดประกาศแจ้งให้ดำเนินการภายใน 15 วัน หากยังเพิกเฉย จะใช้อำนาจตามมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 เข้ารื้อถอนและดำเนินการตามกฎหมายทันที

สำหรับการลงพื้นที่ปฏิบัติการครั้งนี้ นายสุชาติ รมว ทส.ยัง ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานขับเคลื่อนนโยบาย “ภูเก็ตโมเดล” ของรัฐบาลอย่างเข้มข้น โดยยึดหลักการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม โปร่งใส และเด็ดขาด เพื่อทวงคืนพื้นที่ป่าไม้ ป่าชายเลน และชายหาดสาธารณะกลับคืนสู่แผ่นดิน พร้อมย้ำว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล จะไม่ยอมให้มีการบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติของประเทศอีกต่อไป ไม่ว่าผู้กระทำจะเป็นใครหรือมีอิทธิพลเพียงใด ทุกคดีต้องเดินหน้าจนถึงที่สุด เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติไว้เป็นมรดกของคนไทยทั้งประเทศ.