กระทรวงสาธารณสุข จัดอบรมเสริมศักยภาพทีมสหวิชาชีพทั่วประเทศกว่า 500 คน ร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานระบบสุขภาพปฐมภูมิ “1 จังหวัด 1 หน่วยบริการปฐมภูมิต้นแบบ” จำนวน 97 เครือข่ายทั่วประเทศ เน้นกิจกรรมสำคัญ 4 ส่วน ทั้งทำทะเบียนรายชื่อประชาชนเพื่อจัดแพทย์ที่ปรึกษาประจำตัว, เพิ่มการปรึกษาผ่าน Line OA สายด่วน และ Telemedicine, จัดทำแผนดูแลสุขภาพรายบุคคคล โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง NCDs และติดตามเยี่ยมบ้านดูแลต่อเนื่อง หวังสร้างระบบสุขภาพปฐมภูมิที่ตอบสนองความต้องการประชาชนตามบริบทของพื้นที่อย่างแท้จริง

วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ที่ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น โฮเทล จ.นนทบุรี นายแพทย์ภานุวัฒน์ ปานเกตุ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดการอบรมพัฒนาศักยภาพทีมสหวิชาชีพในการขับเคลื่อนการดำเนินงานระบบสุขภาพปฐมภูมิ 1 จังหวัด 1 หน่วยบริการปฐมภูมิต้นแบบ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569โดยมี นายแพทย์อภิสรรค์ บุญประดับ ผู้อำนวยการกองสนับสนุนระบบสุขภาพปฐมภูมิ คณะผู้บริหาร ผู้แทนจากโรงพยาบาลแม่ข่าย แพทย์ผู้ปฏิบัติงานประจำหน่วยปฐมภูมิ ผู้รับผิดชอบงานปฐมภูมิเขตสุขภาพที่1-12 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เข้าร่วม 526 คน

นายแพทย์ภานุวัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของระบบสุขภาพไทย เป็นด่านแรกที่ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพได้ใกล้บ้าน โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนทุกคนได้รับบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ มีมาตรฐาน ครอบคลุมการสร้างเสริมสุขภาพการป้องกันโรค การรักษาพยาบาล การฟื้นฟูสมรรถภาพ และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมตลอดช่วงชีวิต ซึ่งจำเป็นต้องมีความร่วมมือของทีมสหวิชาชีพ ทั้งแพทย์ พยาบาล ทันตบุคลากร เภสัชกร นักกายภาพบำบัด นักวิชาการสาธารณสุข แพทย์แผนไทย บุคลากรในหน่วยบริการปฐมภูมิ อาสาสมัครสาธารณสุข ภาคีเครือข่าย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การอบรมในครั้งนี้จึงเป็นเวทีสำคัญในการสร้างองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ถ่ายทอดแนวปฏิบัติที่ดี และสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ร่วมกันของทีมสหวิชาชีพจากทั่วประเทศ เพื่อนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ เกิดระบบบริการที่มีคุณภาพและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง “ความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการผลักดัน 1 จังหวัด 1 หน่วยบริการปฐมภูมิต้นแบบ จะทำให้เกิดต้นแบบของระบบสุขภาพปฐมภูมิที่มีคุณภาพ และสามารถขยายผลให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งจะเป็นการยกระดับระบบสุขภาพของประเทศไทยให้มีความเข้มแข็ง มั่นคง และยั่งยืนในอนาคต” นายแพทย์ภานุวัฒน์ กล่าว
ด้าน นายแพทย์อภิสรรค์ กล่าวว่า โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ ทักษะ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำเนินงานด้านระบบสุขภาพปฐมภูมิรวมทั้งพัฒนาศักยภาพทีมสหวิชาชีพและสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในพื้นที่ต้นแบบโดยได้คัดเลือกอำเภอต้นแบบจากทุกจังหวัดใน 12 เขตสุขภาพ รวม 97 เครือข่าย แยกเป็น จังหวัดที่ประชากรไม่เกิน 1 ล้านคน จังหวัดละ 1 เครือข่าย จำนวน 55 จังหวัด รวม 55 เครือข่าย และจังหวัดที่ประชากรเกิน 1 ล้านคน จังหวัดละ 2 เครือข่าย จำนวน 21 จังหวัด รวม 42 เครือข่าย ซึ่งการดำเนินงานประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญ 4 ส่วน ได้แก่ 1) การจัดทำทะเบียนรายชื่อประชาชนในพื้นที่ทุกสิทธิ์การรักษา เพื่อจัดให้มีแพทย์ที่ปรึกษาสุขภาพประจำตัว ตามพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2562 2) เพิ่มการเข้าถึงคำปรึกษาทางการแพทย์ผ่าน Line OA สายด่วน และ Telemedicine เพื่อให้ประชาชนได้รับคำปรึกษาและการรักษาอย่างรวดเร็ว 3) การจัดทำแผนดูแลสุขภาพรายบุคคคล เน้นกลุ่มเสี่ยง NCDs และ 4) การเยี่ยมบ้าน ติดตามดูแลอย่างต่อเนื่องและทันท่วงที








