กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายยุติวัณโรคของประเทศไทย ด้วยการนำเทคโนโลยีจีโนมิกส์และการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (Whole Genome Sequencing: WGS) เสริมศักยภาพระบบเฝ้าระวังและสอบสวนโรค เปลี่ยนจากการรอรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลสู่การค้นหาเชิงรุก พร้อมยกระดับสู่ “ระบบข่าวกรองสาธารณสุขเชิงรุกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจีโนม” เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของวัณโรคและวัณโรคดื้อยาอย่างมีประสิทธิภาพ
วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มอบหมายให้ นพ.พิเชฐ บัญญัติ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดการประชุมสัมมนาวิชาการด้านวัณโรค เรื่อง “Ending TB Seminar – Tracking Transmission, Informing Action: The Role of Genomics in TB Control” โดยมีผู้บริหาร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม ณ ห้องประชุม โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่างกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) ภายใต้โครงการความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น Technical Cooperation Project for Accelerating Social Implementation of Science and Technology (TCP/ASIST) เพื่อนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านจีโนมิกส์มาสนับสนุนยุทธศาสตร์ชาติในการยุติวัณโรค โดยมุ่งเน้นการนโยบายยุติวัณโรคของประเทศไทย จากการตั้งรับผู้ป่วยในโรงพยาบาล เป็นการค้นหาและเฝ้าระวังเชิงรุกในชุมชน ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับระบบเฝ้าระวังวัณโรคให้กลายเป็น “ระบบข่าวกรองสาธารณสุขเชิงรุกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจีโนม” ซึ่งจะช่วยให้สามารถติดตามการแพร่กระจายของเชื้อได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น
อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สถาบันชีววิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้วิจัยและพัฒนาการนำเทคโนโลยีการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (Whole Genome Sequencing: WGS) ด้วยเทคนิค Next Generation Sequencing (NGS) มาใช้เป็นเครื่องมือในการค้นหาเชิงรุกและสอบสวนโรค ซึ่งจะช่วยระบุสายพันธุ์ของเชื้อวัณโรค เชื้อดื้อยา รวมถึงวิเคราะห์ความเชื่อมโยงของการระบาดเป็นกลุ่มก้อน(Cluster) ในแต่ละพื้นที่ของประเทศไทยได้อย่างแม่นยำ ทั้งนี้การวิเคราะห์ข้อมูลการกระจายตัวของเชื้อวัณโรคในระดับจีโนม จะถูกนำมาใช้ศึกษาด้านระบาดวิทยา และจัดทำแนวทางการใช้ข้อมูลพันธุกรรมของเชื้อในการสอบสวนโรค (Molecular-based contact investigation) ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้จะกลายเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญในการระบุแหล่งที่มาของการระบาด ตัดวงจรการแพร่กระจายของเชื้อวัณโรคดื้อยาได้อย่างทันท่วงที และช่วยในการกำหนดนโยบายสนับสนุนยุทธศาสตร์ยุติวัณโรค (End TB Strategy 2035) ของประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน






