กรมการแพทย์แผนไทยฯ ผลักดัน “กระชายดำ” สู่เวทีโลก เตรียมโชว์นวัตกรรมวิจัยเชิงรุก 4 ด้าน ในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23

กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพ ประกาศดัน “กระชายดำ” หรือ “โสมไทย” (Thai Ginseng) สมุนไพรแชมป์เปียนไทยสู่ตลาดโลก เผยโรดแมป 4 ด้านยกระดับ “กระชายดำ” โดยเน้นวิจัยและนวัตกรรม ผลักดันให้เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ที่เน้นมาตรฐานและความปลอดภัย รวมถึงขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพ (BCG) พร้อมจับมือ 4 กระทรวงหลัก เพื่อยกระดับครบวงจร พร้อมโชว์ศักยภาพและนวัตกรรมล่าสุดในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23

ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยว่า “กระชายดำ” เป็นสมุนไพรที่หมอพื้นบ้านไทยใช้เป็นตำรับยาบำรุงกำลังและยาอายุวัฒนะมานานหลายร้อยปี จนกระทั่งปัจจุบันได้รับสมญานามในแวดวงการค้าว่า “โสมไทย” (Thai Ginseng) ซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นและประเทศเกาหลีใต้ ที่ปัจจุบันมีการนำเข้าทั้งวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์แปรรูปอย่างต่อเนื่อง

ทางกรมการแพทย์แผนไทยฯ ได้บรรจุกระชายดำไว้ในบัญชีสมุนไพรแชมป์เปียน (Herbal Champions) มาตั้งแต่ปี 2566 เพื่อวางรากฐานการพัฒนาในระยะยาว ซึ่งกระชายดำถือเป็นกรณีศึกษาที่ยอดเยี่ยมของการนำภูมิปัญญาดั้งเดิม มาผสมผสานกับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ได้อย่างลงตัว ทั้งยังมีงานวิจัยที่พบว่า กระชายดำช่วยส่งเสริมสมรรถภาพ
ของนักกีฬาได้อย่างมีนัยสำคัญ

ปัจจุบัน กรมฯ ได้บูรณาการความร่วมมือกับหลายกระทรวงสำคัญ ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อพัฒนาสมุนไพรไทยอย่างครบวงจร ตั้งแต่การคัดเลือกสายพันธุ์และพื้นที่เพาะปลูกที่ให้สารสำคัญในระดับสูง การวิจัยและการพัฒนานวัตกรรม ตลอดจนการต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ทั้งเครื่องดื่ม อาหาร เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ความสำเร็จและนวัตกรรมที่เกิดจากความร่วมมือดังกล่าว กรมฯ จึงได้นำมาจัดแสดงภายในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23 (Thailand Herbal Expo 2026) เพื่อสะท้อนศักยภาพของสมุนไพรไทย พร้อมผลักดันให้ก้าวสู่เวทีสากลอย่างเป็นรูปธรรม และสร้างความเชื่อมั่นในฐานะหนึ่งในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศ

ด้าน นพ.อำพล เวหะชาติ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวเสริมถึงกรอบการทำงานเชิงรุก 4 ด้าน ในการขับเคลื่อนกระชายดำอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วย 1. วิจัยและนวัตกรรม เริ่มตั้งแต่การสำรวจและระบุพื้นที่เพาะปลูกเพื่อให้ได้สารสำคัญสูงสุด โดยมีการนำเทคโนโลยีทาง genomics (DNA Sequencing) มาช่วยคัดเลือกยีนที่แข็งแรง เพื่อให้เหมาะสำหรับการปลูกเชิงพาณิชย์ พร้อมสนับสนุนการพัฒนากระบวนการสกัดสารมาตรฐาน และงานวิจัยทางคลินิกที่รองรับประโยชน์ของกระชายดำอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงร่วมมือกับสถาบันการศึกษาเพื่อเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ในอนาคต 2. ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำสารสกัดมาตรฐานไปพัฒนาเป็นเวชสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และสินค้าสุขภาพระดับพรีเมียม 3. มาตรฐานและความปลอดภัย กำกับดูแลอย่างเข้มงวดตั้งแต่แหล่งเพาะปลูก (ต้นน้ำ) จนถึงผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป (ปลายน้ำ) เพื่อให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล 4. เศรษฐกิจชีวภาพ (BCG) ใช้กระชายดำเป็นโมเดลต้นแบบในการเชื่อมโยงเกษตรกร นักวิจัย และผู้ประกอบการ เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้อย่างเป็นธรรมตลอดห่วงโซ่อุปทาน

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามความก้าวหน้างานวิจัยและนวัตกรรมของกระชายดำ รวมถึงสมุนไพรไทยชนิดอื่นๆ ได้ในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23 ระหว่างวันที่ 2–5 กรกฎาคม 2026 นี้ ณ อาคารอิมแพ็ค เมืองทองธานี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โทร. 02-591-7007 หรือ
Facebook Fanpage: กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก