เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุมยี่สก กรมประมง นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมงให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากโครงการ Nature-based Climate Solutions in Aquaculture Food Systems in Asia-Pacific: AQUADAPT และเครือข่ายพันธมิตรด้านการวิจัยจากประเทศไทยและต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านความเท่าเทียมทางเพศและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน (Gender Equality and Social Inclusion: GESI) และแนวทางการใช้ธรรมชาติเป็นฐานในการแก้ปัญหา (Nature-based Solutions: NbS) ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการยกระดับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก

นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า กรมประมงให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ องค์กรระหว่างประเทศ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนภาคการประมงไทยบนฐานขององค์ความรู้ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ตามแนวคิด “Fisheries Connect for Sustainability” ตอบโจทย์ความท้าทายของโลกในปัจจุบัน โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความมั่นคงทางอาหาร และการพัฒนาที่ยั่งยืน จึงได้ร่วมหารือกับคณะผู้แทนจากโครงการการประยุกต์ใช้แนวทางการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศโดยอาศัยธรรมชาติในระบบอาหารจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก (AQUADAPT) ซึ่งประกอบด้วย หน่วยวิจัยสังคมและสิ่งแวดล้อม (Unit for Social and Environmental Research: USER) คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ องค์การข่ายงานศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแห่งเอเชียและแปซิฟิก (Network of Aquaculture Centres in Asia-Pacific: NACA) สถาบันสิ่งแวดล้อมสตอกโฮล์ม ประจำภูมิภาคเอเชีย (Stockholm Environment Institute: SEI Asia) คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี คณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และ The Joint Graduate School of Energy and Environment: JGSEE ซึ่งเป็นองค์กรภาคีภายใต้โครงการ AQUADAPT ที่ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของแคนาดา (International Development Research Centre: IDRC)
โอกาสนี้ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด Nature-based Solutions (NbS) ควบคู่กับการส่งเสริมให้ทุกคนได้รับโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากร ความรู้ และการพัฒนาอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะการส่งเสริมบทบาทของผู้หญิง เยาวชน และชุมชนท้องถิ่น (Gender Equality and Social Inclusion: GESI) ตลอดจนแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการวิจัย การพัฒนานโยบาย ร่วมแบ่งปันประสบการณ์และบทเรียนจากการดำเนินงานในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้แนวทาง GESI และ NbS ในภาคการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ซึ่งในอนาคตจะต้องให้ความสำคัญกับการสร้างระบบการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล และสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปัจจุบัน กรมประมงได้ผลักดันแนวคิด Smart Women in Fisheries ภายใต้กรอบการดำเนินงาน 5 Plus 1 ที่มุ่งเสริมสร้างศักยภาพสตรีในภาคการประมงให้มีบทบาทในทุกห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การผลิต การเพาะเลี้ยง การแปรรูป การบริหารจัดการธุรกิจ ไปจนถึงการตลาด เพื่อส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศและเพิ่มบทบาทสตรีในภาคการประมงผ่านโครงการ “พลังสตรีขับเคลื่อนประมงไทย” มุ่งพัฒนาทักษะผู้นำสตรีในชุมชนประมงให้ก้าวสู่การเป็น “เกษตรกรต้นแบบด้านการประมง” และสร้างเครือข่าย Women Smart Fisheries นอกจากนี้ กรมประมงยังได้ดำเนินโครงการที่เปิดโอกาสให้สตรีมีบทบาทสำคัญในภาคการประมง อาทิ โครงการนำร่องการเลี้ยงปลาในนาข้าว จังหวัดมหาสารคามที่ส่งเสริมบทบาทสตรีในการบริหารจัดการฟาร์มอย่างครบวงจร รวมถึงการสนับสนุนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปสินค้าสัตว์น้ำ ภายใต้โครงการสินค้าเกษตรมูลค่าสูง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง โดยกรมประมงให้การสนับสนุนองค์ความรู้ให้กับกลุ่มผู้หญิง ด้านการแปรรูปและช่องทางการตลาดผ่านร้าน Fisherman Shop ของกรมประมง ยกระดับศักยภาพสตรีในภาคการประมง สร้างรายได้ที่มั่นคงให้ครัวเรือน และเสริมความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก
อธิบดีกรมประมง กล่าวในตอนท้ายว่า กรมประมงพร้อมสานต่อความร่วมมือกับโครงการ AQUADAPT และองค์กรพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อขยายผลงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมผลักดันระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของไทยให้สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ยกระดับศักยภาพเกษตรกรไทย เพิ่มความมั่นคงทางอาหารเสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำด้านการพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืนในระดับภูมิภาคและระดับโลก









