โรงพยาบาลบึงบูรพ์ จังหวัดศรีสะเกษ ปฏิวัติการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานแบบองค์รวมสู่เบาหวานรักษาหาย (DM Remission) โดยใช้กลยุทธ์ “แยกสี ไม่แยกส่วน” เพิ่มการเข้าถึงการรักษา เพิ่มความพึงพอใจ ลดภาวะแทรกซ้อน ลดค่าใช้จ่ายของผู้ป่วย ส่งผลให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ 453 ราย สูงถึงร้อยละ 70 และรักษาหายได้จำนวน 9 ราย ลดค่าใช้จ่ายได้ 300,000 บาทต่อปี พร้อมพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานสู่ต้นแบบ “บึงบูรพ์โมเดล” เบาหวานรักษาหายได้ที่บึงบูรพ์
นายแพทย์พิเชฏฐ์ จงเจริญ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบึงบูรพ์ และรองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า โรงพยาบาลบึงบูรพ์ จังหวัดศรีสะเกษ เดินหน้ายกระดับการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานต่อยอดจากการที่ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้สูงถึงร้อยละ 70 สู่การทำให้โรคเบาหวานเข้าสู่ระยะสงบ หรือเบาหวานรักษาหายได้ที่บึงบูรพ์ (DM Remission) ด้วยกลยุทธ์ “แยกสี ไม่แยกส่วน” ไม่ได้แยกคนออกจากกัน แต่จำแนกผู้ป่วยตามความเสี่ยง สีเขียวคือผู้ป่วยคุมเบาหวานได้ดี
สีเหลืองคือผู้ป่วยคุมเบาหวานได้บางส่วน สีส้มคือผู้ป่วยควบคุมเบาหวานไม่ได้ สีแดงคือผู้ป่วยระยะวิกฤต และสีดำคือผู้ป่วยเบาหวานมีภาวะแทรกซ้อน เพื่อให้ทีมสุขภาพทุกคนรู้ว่าต้องทำอะไร เมื่อไหร่ และกับใคร ผลของการดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่า ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ 453 ราย สูงถึงร้อยละ 70 มีความพึงพอใจต่อระบบบริการสูงถึงร้อยละ 92.4 และรักษาหายได้จำนวน 9 ราย ลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษา ค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้สูงถึง 300,000 บาทต่อปี
จุดเริ่มต้นของการดำเนินงานมาจากการวิเคราะห์ปัญหาระบบบริการที่พบว่า ผู้ป่วยโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี ขณะที่ระบบการดูแลยังคงเป็น การบริการแยกส่วน ขาดบูรณาการ ผู้ป่วยรอนาน ขาดการติดตามหลังจากกลับสู่บ้าน ความเสี่ยงสะสมนำสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง ได้แก่ โรคไตวายเรื้อรัง โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต โรคหัวใจ รวมถึงเกิดความพิการ
คำตอบของโรงพยาบาลบึงบูรพ์ ไม่ใช่การใช้เทคโนโลยีราคาแพง ไม่ใช่อุปกรณ์นำเข้าจากต่างประเทศ แต่คือ การจัดระบบการดูแลผู้ป่วยจำแนกด้วยสี 5 ระดับ ซึ่งทำให้ทุกคนในทีม ตั้งแต่แพทย์ พยาบาล เภสัชกร อาสาสมัครสาธารณสุขในหมู่บ้าน ไปจนถึงตัวผู้ป่วย รู้ทันทีว่า “ตอนนี้ระดับของโรคอยู่ตรงไหน และต้องทำอะไรต่อ” สิ่งที่ทำให้ระบบนี้เข้มแข็ง ไม่ใช่แค่ตารางสีสวยงาม แต่คือ ทุกสีเชื่อมต่อกัน ผู้ป่วยระยะวิกฤติควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้จะได้สีแดงหากตั้งใจปรับพฤติกรรมสามารถ “ขยับขึ้น” สู่สีเหลืองและสีเขียวได้ ขณะที่ผู้ป่วยสีเขียวที่ขาดการดูแลจะถูก “จับสัญญาณโรค” ก่อนที่จะเข้าสู่ระยะวิกฤติ นี่คือ การดูแลแบบพลวัต ไม่มีใครถูกติดป้ายตลอดชีวิต
นอกจากนี้ โรงพยาบาลบึงบูรพ์ ยังได้พัฒนากลไกเชื่อมต่อระบบบริการจากบ้าน ชุมชน จนถึงโรงพยาบาล อย่างไร้รอยต่อ ด้วย 5 เสาหลัก คือ
1. ระบบบริการทางไกล (Telemedicine & Tele-nursing) ผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวไม่ต้องเดินทางมาโรงพยาบาล แต่ติดตามผ่านระบบออนไลน์อยู้ที่บ้าน ลดความแออัดในโรงพยาบาล ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางผู้ป่วย ลดภาระในการดูแลของญาติ และเพิ่มเวลาให้ทีมแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ได้ดูแลผู้ป่วยวิกฤติมากขึ้น
2. ระบบการส่งยาถึงบ้าน (Health Rider) โรงพยาบาลส่งยาเบาหวานไปถึงหน้าประตูบ้าน ทำให้ผู้ป่วยสะดวกในการรับยา ลดปัญหาในการเดินทางมารับยา ทำให้ผู้ป่วยได้รับยาต่อเนื่อง สม่ำเสมอ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการควบคุมเบาหวาน
3. สถานีสุขภาพในหมู่บ้าน (Health Station) เป็นโรงพยาบาลในระดับหมู่บ้าน เพิ่มการเข้าถึงระบบบริการ เชื่อมข้อมูลกลับโรงพยาบาลด้วยระบบดิจิทัลแบบเรียลไทม์
4. โปรแกรมเบาหวานรักษาหาย (DM Remission Program) เป้าหมายสูงสุด ไม่ใช่แค่ควบคุมโรค แต่ทำให้โรคสงบโดยไม่ต้องพึ่งยา โปรแกรมปรับพฤติกรรม 14 สัปดาห์ที่เปลี่ยนชีวิตผู้ป่วยเบาหวาน 9 คนแรกของอำเภอบึงบูรพ์
5. ระบบบริการ 3 หมอและ 1 ญ เชื่อมการดูแลตั้งแต่บ้าน ชุมชน จนถึงโรงพยาบาล โดยหมอที่ 1 คืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ทำหน้าที่ให้คำปรึกษา คัดกรองความเสี่ยง หมอคนที่ 2 คือ บุคลากรสาธารณสุขในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ทำหน้าที่จัดระบบบริการในพื้นที่ หมอคนที่ 3 คือแพทย์ในโรงพยาบาลบึงบูรพ์ ทำหน้าที่วินิจฉัย รักษา และ 1 ญ คือญาติซึ่งใกล้ชิดผู้ป่วยมากที่สุด ทำให้ที่ให้กำลังใจ ดูแลผู้ป่วยเบื้องต้น
ความสำเร็จของการพัฒนาระบบบริการ เกิดจากความร่วมมือ ร่วมใจของทุกภาคส่วน ไม่ใช่แค่การแบ่งกลุ่ม แต่คือการ “คิดแทนระบบ” ทีมสุขภาพรู้ว่าต้องทุ่มพลังงานไปที่ใด โดยไม่ปล่อยให้ผู้ป่วยหลุดออกจากระบบ อสม.คือกองทัพนอกโรงพยาบาล เยี่ยมบ้าน สังเกตอาการ และส่งสัญญาณมาโรงพยาบาลก่อนที่โรคจะรุนแรง เชื่อมต่อกับ รพ.สต. ครบทุกตำบล ทีมแพทย์ พยาบาล เภสัชกร นักกำหนดอาหาร นักกายภาพ และทีมสหวิชาชีพ ทำงานในระบบเดียวกัน ไม่มีกำแพงวิชาชีพใช้ข้อมูลด้านสุขภาพมาปรับแผนการรักษาทันที ไม่รอให้ผู้ป่วยเกิดภาวะวิกฤติ ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ไม่ล้า ผู้ป่วยได้รับบริการเพิ่มมากขึ้น
บึงบูรพ์โมเดล สะท้อนให้เห็นว่า แม้จะเป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาดเล็ก แต่หากพัฒนาระบบบริการที่ดี มีการเชื่อมต่อทุกภาคส่วน ก็จะสามารถยกระดับการดูแลผู้ป่วย เพิ่มการเข้าถึงบริการ ลดค่าใช้จ่ายในระบบสุขภาพ ลดภาระทางเศรษฐกิจของผู้ป่วย และสามารถสร้างความมั่นคงทางสุขภาพให้กับผู้ป่วยโรคเบาหวานอย่างเป็นรูปธรรม เป็นต้นแบบในการดำเนินงานระดับจังหวัด เขตสุขภาพ ประเทศที่ยั่งยืนต่อไป





