สบส. ชู 6 จุดแข็ง สาธารณสุขไทย ผ่าน “Thailand Medical and Wellness Expo 2026” 

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ชู 6 จุดแข็ง สาธารณสุขไทย ผ่านงาน Thailand Medical and Wellness Expo 2026  สร้างความเชื่อมั่น ดึงนักลงทุนไทยและเทศ ร่วมหนุนเศรษฐกิจสุขภาพ ดันไทยสู่ศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical and Wellness Hub)

นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรม สบส. กล่าวว่า ภาครัฐได้วางยุทธศาสตร์ 10 ปี (พ.ศ. 2568–2577) ในการพัฒนาประเทศไทยสู่การเป็น Medical and Wellness Hub ระดับโลก โดยประเทศไทยถือเป็นจุดหมายปลายทางสุขภาพอันดับ 1 ในอาเซียน และอันดับ 9 ของโลก ที่มีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามารับบริการด้านสาธารณสุขจากไทย ปีละไม่ต่ำกว่า 3 ล้านคน ซึ่งในระหว่างวันที่ 8 – 10 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรม สบส. ได้กำหนดจัดงาน Thailand Medical and Wellness Expo 2026 ควบคู่กับงาน International Healthcare Week 2026 โดยรวบรวมธุรกิจสุขภาพที่ได้รับการรับรองตามกฎหมายมาจัดแสดงสินค้าและบริการ ภายใต้แนวคิดการยกระดับ “T-Beauty” และอัตลักษณ์สุขภาพไทยสู่ระดับสากลมาจัดแสดงภายในงาน พร้อมมีไฮไลท์สำคัญในการนำเสนอจุดแข็งสาธารณสุขไทย 6 ด้าน แก่ผู้ร่วมงาน และนักลงทุนชาวไทยและต่างชาติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและแสดงศักยภาพของประเทศไทยในการก้าวสู่ศูนย์กลางด้านสุขภาพ ประกอบด้วย 1)นโยบาย Medical and Wellness Hub ของภาครัฐที่มีความชัดเจนและต่อเนื่อง ช่วยสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการลงทุน และการให้บริการด้านสุขภาพ 2)มาตรฐานสถานพยาบาลระดับสากล ประเทศไทยมีโรงพยาบาลที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล หรือ JCI (Joint Commission International) จำนวน 66 แห่ง อยู่ทั่วประเทศ สะท้อนถึงคุณภาพ มาตรฐาน ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือในการให้บริการ 3)ความคุ้มค่าด้านค่าใช้จ่าย ค่ารักษาพยาบาลของไทย มีความสมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับคุณภาพการบริการ 4)ความพร้อมด้านการท่องเที่ยวและการบริการ ประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวได้แก่ที่พัก การเดินทาง สถานที่ท่องเที่ยว พร้อมด้วยเอกลักษณ์ด้านการต้อนรับด้วยไมตรี และการบริการด้วยหัวใจที่สร้างความประทับใจแก่ผู้รับบริการทั่วโลก 5)จุดแข็งด้าน Wellness และการแพทย์ผสมผสาน ทั้งนวดไทย สปาไทย การแพทย์แผนไทย สมุนไพรไทย ตลอดจนบริการด้าน Preventive Medicine และ Anti-aging ที่สอดคล้องกับเทรนด์สุขภาพโลก และ6)บุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ มีศักยภาพครอบคลุมหลากหลายสาขา ที่พร้อมรองรับผู้รับบริการชาวต่างชาติด้วยมาตรฐานวิชาชีพและการสื่อสารหลายภาษา โดยเชื่อว่าจุดแข็งทั้ง 6 ด้าน จะนำมาซึ่งการสร้างมูลค่าเศรษฐกิจ และดึงดูดนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติมาร่วมผลักดันประเทศให้ก้าวเข้าสู่การเป็น Medical and Wellness Hub ได้อย่างยั่งยืน

“การผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่ Medical and Wellness Hub อย่างเต็มรูปแบบนั้น จะต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ในการพัฒนา และปรับปรุงกฎหมายให้มีความทันสมัย และรองรับกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและรูปแบบบริการสุขภาพในอนาคต ซึ่งกรม สบส.ในฐานะหน่วยงานภาครัฐพร้อมจะอำนวยความสะดวก ปลดล็อกข้อจำกัด เพื่อให้เกิดนวัตกรรม และการบริการสุขภาพรูปแบบใหม่ ๆ ดึงดูดนักลงทุนและผู้รับบริการจากทั่วโลก” นพ.ภูวเดชฯ กล่าว