กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เดินหน้ายกระดับการให้บริการภาครัฐสู่ยุคดิจิทัล อย่างต่อเนื่อง เตรียมความพร้อมเชื่อมต่อระบบ DTAM Next กับระบบ National Single Window (NSW) ของกรมศุลกากร เพื่อรองรับการให้บริการแจ้งรายละเอียดการส่งออกสมุนไพรควบคุมรายครั้ง (กัญชา) หรือแบบ ภ.ท.32 ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ลดขั้นตอนการดำเนินงาน และอำนวยความสะดวก แก่ผู้ประกอบการส่งออกอย่างมีประสิทธิภาพ
นายแพทย์เทวัญ ธานีรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยว่า กรมการแพทย์แผนไทยฯ เดินหน้ายกระดับการให้บริการภาครัฐสู่ยุคดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง เตรียมความพร้อมเชื่อมต่อระบบ DTAM Next กับระบบ National Single Window (NSW) ของกรมศุลกากร เพื่อรองรับการให้บริการแจ้งรายละเอียด การส่งออกสมุนไพรควบคุมรายครั้ง (กัญชา) หรือแบบ ภ.ท.32 ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นระบบกลางของประเทศสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลและเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ด้านการส่งออก
ปัจจุบันประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกสมุนไพรควบคุมสะสมกว่า 2,566 ล้านบาท และมีปริมาณการส่งออกสะสมกว่า 201,658 กิโลกรัม สะท้อนถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดส่งออกสมุนไพรควบคุม
ทั้งนี้ เมื่อการเชื่อมโยงระบบแล้วเสร็จ ผู้ประกอบการจะสามารถยื่นคำขอแจ้งรายละเอียดการส่งออกสมุนไพรควบคุมรายครั้ง (กัญชา) หรือแบบ ภ.ท.32 ผ่านระบบ DTAM Next ได้อย่างครบวงจรในรูปแบบดิจิทัล จากเดิม ที่ต้องจัดเตรียมเอกสารกระดาษและยื่นเอกสารด้วยตนเอง โดยข้อมูลจะถูกส่งต่อเข้าสู่ระบบ NSW ของกรมศุลกากร โดยอัตโนมัติ ช่วยลดภาระด้านเอกสาร ลดขั้นตอนการดำเนินงาน เพิ่มความถูกต้องของข้อมูล ป้องกันการปลอมแปลงเอกสาร และสามารถติดตามสถานะการดำเนินงานได้สะดวกยิ่งขึ้น
นายแพทย์เทวัญ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันกรมการแพทย์แผนไทยฯ มีการออกแบบ ภ.ท.32 เฉลี่ยประมาณ 100–200 ฉบับต่อเดือน การพัฒนาระบบดังกล่าวจึงคาดว่าจะช่วยลดการใช้เอกสารกระดาษได้มากกว่า 1,200–2,400 ฉบับต่อปี พร้อมลดภาระค่าใช้จ่ายและการเดินทางของผู้ประกอบการได้อย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการอนุญาต โดยลดระยะเวลาการดำเนินการจากเดิมประมาณ 5–7 วันทำการ ซึ่งรวมขั้นตอนการจัดส่งและรับเอกสารในรูปแบบกระดาษ เหลือเพียง 1–2 วันทำการในระบบอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการส่งออกและบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น
กรมการแพทย์แผนไทยฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบบริการภาครัฐด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่ประชาชนและภาคธุรกิจ การเชื่อมโยงระบบ DTAM Next กับระบบ NSW ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนองค์กรสู่รัฐบาลดิจิทัล ลดความซ้ำซ้อนในการดำเนินงาน ยกระดับการแลกเปลี่ยนข้อมูล ระหว่างหน่วยงาน และสนับสนุนการอำนวยความสะดวกทางการค้าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นายแพทย์เทวัญ กล่าวในตอนท้ายว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเพื่อรองรับกระบวนการอนุญาตและการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ของผู้ประกอบการไทย และสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว

