“ทรงศักดิ์” เปิด 1 อำเภอ 1 ศูนย์บำบัด และหอผู้ป่วย “นาคาบริรักษ์” รพ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ ดูแลผู้ป่วยยาเสพติดครบวงจร

รองนายกฯ ทรงศักดิ์ เปิด ” 1 อำเภอ 1 ศูนย์บำบัด” ยาเสพติด อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ ตามเป้าหมาย 31 จังหวัดนำร่อง เพิ่มเข้าถึงการบำบัดมาตรฐานใกล้บ้าน พร้อมเปิดหอผู้ป่วย “นาคาบริรักษ์” รพ.โซ่พิสัย ขนาด 12 เตียง รองรับผู้ป่วยสีส้ม-สีแดง ที่เสี่ยงก่อเหตุรุนแรง ดูแลแบบไร้รอยต่อ ตั้งแต่ค้นหา บำบัดรักษา ฟื้นฟู ติดตาม ช่วยเหลือด้านสวัสดิการสังคม และฝึกอาชีพ คืนคนสู่สังคม

นพ.ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ปัญหายาเสพติดส่งผลกระทบต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชน เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องอาศัยกลไกทุกภาคส่วนทำงานร่วมกัน ปัจจุบันรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดทิศทางที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหายาเสพติด “ต้องทำอย่างจริงจัง เป็นระบบ และเข้าถึงประชาชน” โดยมีนโยบายสำคัญ คือ การตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติด “1 อำเภอ 1 ศูนย์บำบัดยาเสพติด” มีเป้าหมายครอบคลุม 76 จังหวัด 878 อำเภอทั่วประเทศ มุ่งเน้นการดำเนินงานแบบบูรณาการ ทั้งด้านการป้องกัน ปราบปราม บำบัดรักษา และฟื้นฟูผู้ผ่านการบำบัดให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรีและไม่กลับเข้าสู่วงจรเดิม และตามนโยบายของนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่เดินหน้ายกระดับมาตรการผู้เสพเท่ากับผู้ป่วย ที่มุ่งเน้นการคัดกรอง บำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ป่วยยาเสพติด ล่าสุด เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2569 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่เปิดโครงการรวมพลังรักศรัทธาแก้ไขปัญหายาเสพติด แบบบูรณาการภายใต้นโยบาย “1 อำเภอ 1 ศูนย์บำบัด” ยาเสพติด ภายใต้การฟื้นฟูสภาพทางสังคม ณ ที่ว่าการอำเภอโซ่พิสัย จ.บึงกาฬ ซึ่งเป็นหนึ่งใน 31 จังหวัดนำร่อง โดยตั้งที่อำเภอโซ่พิสัยเป็นแห่งแรก เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการบำบัดรักษาที่ได้มาตรฐาน ทั่วถึงและใกล้บ้าน

นพ.ศักดากล่าวอีกว่า วันเดียวกันนายทรงศักดิ์ ยังได้เปิดหอผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติด “นาคาบริรักษ์” โรงพยาบาลโซ่พิสัย ซึ่งเป็นระบบดูแลผู้ป่วยแบบไร้รอยต่อ ตั้งแต่การค้นหา บำบัดรักษา การฟื้นฟูและติดตามผลอย่างต่อเนื่องในชุมชน ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูสภาพทางสังคม ที่จะให้ความช่วยเหลือด้านสวัสดิการสังคม ส่งเสริมการฝึกอาชีพ ให้ทุนการศึกษา เพื่อคืนคนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ ถือเป็นกำลังสำคัญในการเพิ่มโอกาส การเข้าถึงบริการ ลดความรุนแรง ลดผลกระทบจากยาเสพติด และช่วยคืนคนคุณภาพกลับสู่ครอบครัว ชุมชน และสังคมได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ อีกหนึ่งกลไกสำคัญที่จะทำให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดสำเร็จอย่างยั่งยืน คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาสังคม ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำ หมู้บ้าน (อสม.) และประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเข้าใจบริบทของชุมชน มองเห็นปัญหาจริง รู้จักคนในพื้นที่ว่าบ้านไหนมีปัญหา ซอยไหนคือจุดเสี่ยง และสามารถสอดส่องดูแล ติดตามได้อย่างต่อเนื่อง จึงต้องเริ่มต้นจากการสร้างความเข้มแข็งในระดับชุมชน/หมู่บ้าน เปลี่ยนพื้นที่เสี่ยงให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) จะเป็น “เกราะคุ้มกันที่ดีที่สุด” ที่จะปกป้องลูกหลานจากยาเสพติดได้เป็นอย่างดี

ด้าน นพ.สุรพงษ์ ลักษวุธ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า สถานการณ์ปัญหาผู้ใช้สารเสพติดที่มีอาการทางจิตร่วมและมีความเสี่ยงก่อความรุนแรงในจังหวัดบึงกาฬ พบผู้ป่วยกลุ่มสีส้มและสีแดงสะสม 1,519 ราย มีการเสพซ้ำ 302 ราย และก่อเหตุรุนแรงซ้ำ 124 ราย ส่งต่อเข้ารับการรักษาเฉพาะทางไม่สำเร็จมากกว่าร้อยละ 60 ส่งผลให้ผู้ป่วย ครอบครัว และชุมชนได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง โรงพยาบาลโซ่พิสัยจึงได้พัฒนาระบบ “นาคาล้อมรักษ์ สู่นาคาบริรักษ์” ภายใต้ NAKA Seamless Care Model เปิดให้บริการหอผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติด “นาคา บริรักษ์” ขนาด 12 เตียง ตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการรักษาผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดกลุ่มเสี่ยงสูงอย่างรวดเร็วและปลอดภัย , ลดความรุนแรงและผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อครอบครัวและชุมชน , ลดการส่งต่อและเพิ่มศักยภาพการดูแลผู้ป่วยในพื้นที่ , พัฒนาระบบฟื้นฟูและติดตามต่อเนื่องแบบไร้รอยต่อ รวมถึงคืนคนคุณภาพกลับสู่ครอบครัว ชุมชน และสังคม ครอบคลุมทุกอำเภอในจังหวัดบึงกาฬ โดยปัจจุบันมีผู้เข้ารับการรักษาสะสม 53 ราย และมีผู้ป่วย Admit เฉลี่ย 1–3 รายต่อวัน