จากกรณีเหตุรถยนต์พุ่งชนร้านสะดวกซื้อ ซีเจ มอร์ (CJ Mall) ในพื้นที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 09.30 น. นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 3 ราย โดยเป็นลูกจ้างของร้านจำนวน 2 ราย สำนักงานประกันสังคมมีความห่วงใยต่อผู้ได้รับบาดเจ็บและได้สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมให้ความช่วยเหลือตามสิทธิประโยชน์ที่กฎหมายกำหนดโดยเร็วที่สุด
เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ได้สั่งการให้ นางสาวพรรษชล พุ่มม่วง ประกันสังคมจังหวัดชลบุรี ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าลูกจ้างที่ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 ราย เป็นลูกจ้างของบริษัท ซี.เจ.เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป จำกัด โดยรายแรก คือ นายวสันต์ ผ่องจิตร์ อายุ 61 ปี ได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อเท้าซ้าย เข่าขวา และมีอาการปวดบริเวณท้องน้อย แพทย์ได้ทำการตรวจรักษาและอนุญาตให้กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ ส่วนรายที่สอง คือ นางกฤษยา จันทร์ศิริ อายุ 68 ปี ได้รับบาดเจ็บรุนแรงจากการถูกกระแทก ส่งผลให้อวัยวะภายในช่องท้องได้รับบาดเจ็บ และกระดูกสะโพกทั้งสองข้างหัก เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ โดยแพทย์ได้ผ่าตัดห้ามเลือดในช่องท้อง และยังคงพักรักษาตัวในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นการประสบอันตรายจากการทำงานให้แก่นายจ้าง ลูกจ้างทั้ง 2 รายจึงมีสิทธิได้รับความคุ้มครองจากกองทุนเงินทดแทนตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537 ได้แก่ ค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นและตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง ค่าทดแทนกรณีหยุดพักรักษาตัวในอัตราร้อยละ 70 ของค่าจ้าง ตามระยะเวลาที่แพทย์รับรอง สูงสุดไม่เกิน 1 ปี และหากภายหลังสิ้นสุดการรักษาพบว่ามีการสูญเสียสมรรถภาพในการทำงานของอวัยวะ ก็มีสิทธิได้รับค่าทดแทนกรณีสูญเสียสมรรถภาพตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
ในการนี้ นางสาวพรรษชล พุ่มม่วง ประกันสังคมจังหวัดชลบุรี ได้มอบหมายให้ นางกิตชฎา ศรีสุวรรณ หัวหน้าสำนักงานประกันสังคมจังหวัดชลบุรี สาขาบางละมุง เดินทางเข้าเยี่ยมอาการของลูกจ้างผู้ได้รับบาดเจ็บ เพื่อชี้แจงสิทธิประโยชน์ พร้อมให้กำลังใจแก่ครอบครัว ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นใจว่าผู้ประกันตนและครอบครัวจะได้รับการดูแลอย่างเต็มที่
นางสาวกาญจนา กล่าวย้ำว่า กองทุนเงินทดแทนสำนักงานประกันสังคม ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองลูกจ้างผู้ประกันตนที่ประสบอันตรายจากการทำงาน โดยได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามการรักษาและอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงสิทธิประโยชน์อย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นหลักประกันที่มั่นคงแก่ผู้ประกันตนและครอบครัวในทุกสถานการณ์





