กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร เตือนเกษตรกรผู้ปลูกไม้ผลเพื่อการส่งออก โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) ให้เพิ่มความระมัดระวังการนำใบรับรอง GAP ไปใช้ หรือการสวมสิทธิ์นำผลผลิตที่ไม่ได้มาจากแปลงที่ได้รับการรับรองเข้าสู่ระบบส่งออก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของสินค้าเกษตรไทย ภายใต้การบังคับใช้มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) ของประเทศคู่ค้า

นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการรักษามาตรฐานและความปลอดภัยของสินค้าเกษตรส่งออกของไทย โดยเฉพาะไม้ผลเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ทุเรียน มังคุด ลำไย และมะม่วง ซึ่งเป็นสินค้าที่สร้างรายได้ให้ประเทศปีละหลายแสนล้านบาท
การที่ประเทศคู่ค้ามีการกำหนดมาตรการ SPS ที่เข้มงวดมากขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับและความน่าเชื่อถือของระบบการผลิตเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาตลาดส่งออกของไทย
ซึ่งเกษตรกร ผู้รวบรวมผลผลิต โรงคัดบรรจุ และผู้ประกอบการส่งออกทุกภาคส่วนต้องร่วมกันรักษาความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทาน ไม่สนับสนุนการสวมสิทธิ์ GAP หรือการนำผลผลิตที่ไม่ได้มาตรฐานเข้าสู่ระบบส่งออก เพราะหากเกิดปัญหาการตรวจพบศัตรูพืชตกค้างหรือการไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับแหล่งผลิตได้ อาจส่งผลกระทบต่อเกษตรกร
ทั้งประเทศ และกระทบต่อความเชื่อมั่นของประเทศคู่ค้าในระยะยาว

นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำให้เกษตรกรที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP ปฏิบัติตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัด พร้อมยึดถือ “มาตรการ 4 ไม่ 1 ก” เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์ใบรับรอง GAP ได้แก่
1) ไม่ให้ใบรับรองแก่บุคคลอื่น
2) ไม่ขายใบรับรอง
3) ไม่ให้บุคคลอื่นถ่ายภาพใบรับรอง
4) ไม่เผยแพร่ใบรับรองในที่สาธารณะ
5) กำกับสำเนาใบรับรองทุกครั้ง โดยระบุรายละเอียดการจำหน่ายผลผลิต วันที่จำหน่าย ผู้รับซื้อหรือมือตัดทุเรียน และปริมาณผลผลิตที่จำหน่ายอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ เกษตรกรควรบริหารจัดการผลผลิตให้สอดคล้องกับสถานการณ์การตลาดและข้อกำหนดการส่งออก เช่น การยืดระยะเวลาการเก็บเกี่ยวผลผลิตที่เหมาะสม การกระจายผลผลิตผ่านช่องทางการจำหน่ายอื่น ๆ รวมถึงการรักษาคุณภาพผลผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ประเทศคู่ค้ากำหนด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคและรักษาศักยภาพการแข่งขันของสินค้าไม้ผลไทยในตลาดโลก
“รัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มุ่งยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตรไทยจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ การรักษามาตรฐาน GAP ไม่ใช่เพียงการปฏิบัติตามข้อกำหนดของประเทศผู้นำเข้าเท่านั้น แต่เป็นการรักษาชื่อเสียงของสินค้าเกษตรไทยทั้งระบบ จึงขอให้เกษตรกรทุกคนร่วมกันป้องกันการสวมสิทธิ์และปฏิบัติตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ผลไม้ไทยยังคงได้รับความเชื่อมั่นและแข่งขันได้ในตลาดโลก” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าว






