กรมทรัพย์สินทางปัญญา นำทัพนวัตกรรมไทยบุกเซี่ยงไฮ้ ในเวที CSITF 2026 ชูแพลตฟอร์มตลาดซื้อขายทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ออนไลน์ เชื่อมนักลงทุนจีนกับ IP ไทย ต่อยอดโอกาสทางธุรกิจในระดับสากล

กรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินหน้านำผลงานนวัตกรรมและเทคโนโลยีศักยภาพสูงจากสถาบันการศึกษาและภาคเอกชนไทย เข้าร่วมงาน The 12th China (Shanghai) International Technology Fair (CSITF) 2026 ระหว่างวันที่ 11 – 13 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมและการจัดนิทรรศการนครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อส่งเสริมการนำทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรมไทยไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ในระดับสากล พร้อมสร้างโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนร่วมกับนักลงทุนและพันธมิตรจากจีน

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมฯ ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศด้วยนวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญา (IP-Driven Economy) โดยมุ่งผลักดันให้ผลงานวิจัยและทรัพย์สินทางปัญญาของไทย โดยเฉพาะนวัตกรรม หรือสิ่งประดิษฐ์ ได้รับความคุ้มครอง ด้วยการจดสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตร ซึ่งไม่ใช่แค่เอกสารคุ้มครองสิทธิเท่านั้น แต่จะต้องสามารถต่อยอดสร้างรายได้ ซื้อขาย และนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในภาคธุรกิจ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และส่งเสริมการเติบโตของประเทศอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ที่มุ่งยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทย โดยใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน และขยายโอกาสทางธุรกิจในตลาดโลก

นางอรมน กล่าวว่า งานมหกรรมด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมนานาชาติ หรือ CSITF ถือเป็นหนึ่งในเวทีด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สำคัญของสาธารณรัฐประชาชนจีน และเป็นเวทีการซื้อขายและถ่ายทอดเทคโนโลยีระดับนานาชาติที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง พื้นที่จัดงานใหญ่กว้างกว่า 35,000 ตารางเมตร โดยมีผู้เข้าชมงานจากทั่วโลกมากกว่า 50,000 คนต่อปี ซึ่งกว่าร้อยละ 85 เป็นกลุ่มนักธุรกิจ นักลงทุน ผู้ประกอบการ และผู้มีอำนาจตัดสินใจด้านธุรกิจและการลงทุนจากภาคอุตสาหกรรมชั้นนำ อีกทั้งยังมีผู้แสดงผลงานเกือบ 1,000 บริษัท จากกว่า 20 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก การเข้าร่วมงาน CSITF 2026 จึงเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอศักยภาพของนวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญาไทย สู่สายตานักลงทุนและพันธมิตรทางธุรกิจจากทั่วโลก ตลอดจนเปิดโอกาสให้เกิดความร่วมมือด้านการลงทุนการถ่ายทอดเทคโนโลยี และต่อยอดผลงานวิจัยและนวัตกรรมไทยสู่ตลาดสากล

ในการเข้าร่วมงานครั้งนี้ กรมฯ ได้นำเสนอผลงานนวัตกรรมไทยที่มีศักยภาพสูง 50 ผลงานจากสถาบันการศึกษาและภาคเอกชนชั้นนำของประเทศไทย ครอบคลุมอุตสาหกรรมอาหารและเกษตร การแพทย์และสุขภาพ เทคโนโลยีชีวภาพ และเวชสำอาง ซึ่งล้วนเป็นสาขาที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจและตอบโจทย์ความท้าทายแห่งอนาคต ทั้งด้านความมั่นคงทางอาหาร สุขภาพ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านกิจกรรมนำเสนอผลงาน (Pitching Session) และการเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) กับนักลงทุนและพันธมิตรทางธุรกิจจากสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีบริษัทและนักลงทุนจีนเข้าร่วมการเจรจากว่า 30 ราย ตั้งเป้าหมายการจับคู่ธุรกิจไม่น้อยกว่า 20 คู่ และคาดว่าจะก่อให้เกิดมูลค่าการเจรจาทางธุรกิจและการลงทุนระหว่างนักลงทุนจีนและเจ้าของผลงานนวัตกรรมไทยมากกว่า 10 ล้านบาท

นอกจากนี้ กรมฯ ยังได้นำเสนอแพลตฟอร์มตลาดซื้อขายทรัพย์สินทางปัญญาออนไลน์ของไทย (IP Mart) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่กรมฯ พัฒนาขึ้นเพื่อรวบรวมผลงานทรัพย์สินทางปัญญา เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่พร้อมต่อยอดเชิงพาณิชย์ไว้ในแหล่งเดียว ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการ นักลงทุนและผู้สนใจสามารถค้นหา ติดต่อ และเจรจาความร่วมมือกับเจ้าของผลงานได้โดยตรง นับเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงนวัตกรรมกับการลงทุนและการถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการขับเคลื่อนนโยบาย IP Finance ที่มุ่งส่งเสริมการนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้เป็นเครื่องมือทางการเงิน เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนและการระดมทุนของผู้ประกอบการไทย อันจะนำไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม

โอกาสนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้เยี่ยมชมการแสดงผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีของจีน เพื่อศึกษาแนวโน้มเทคโนโลยีแห่งอนาคตและแสวงหาโอกาสความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนานวัตกรรมและอุตสาหกรรมของไทยในอนาคต โดยเฉพาะเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) หุ่นยนต์อัจฉริยะ เทคโนโลยีสีเขียว (Green Technology) เทคโนโลยีสะอาด (Clean Technology) รวมถึงเทคโนโลยีด้านการเกษตรสมัยใหม่จากบริษัทชั้นนำและสตาร์ทอัพของจีน ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการเพิ่มประสิทธิภาพ
การผลิต การลดต้นทุน และการพัฒนาอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างยั่งยืน อาทิ หุ่นยนต์เลียนแบบการเคลื่อนไหวของสัตว์ของบริษัท Magic Lab ระบบหุ่นยนต์สั่งการด้วยคลื่นสมองมนุษย์ และอุปกรณ์สวมใส่สำหรับติดตามข้อมูลสุขภาพร่างกายของตนเองแบบเรียลไทม์ ของบริษัท Maschine Robot อากาศยานไฟฟ้าส่วนบุคคลสำหรับการเดินทางระยะสั้นและเศรษฐกิจการบินระดับต่ำ (Low-altitude Economy) ของบริษัท Nanjing Kuailun Zhineng Technology เป็นต้น

อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนที่แน่นแฟ้นมาอย่างยาวนาน การเข้าร่วมงาน CSITF ในครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีระหว่างสองประเทศโดยการจัดงาน CSITF ครั้งที่ผ่านมา สามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจและการจับคู่ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีได้มากกว่า 570 ดีล สะท้อนศักยภาพของงานในการเชื่อมโยงผู้พัฒนาเทคโนโลยี นักลงทุน และภาคธุรกิจจากนานาประเทศให้เกิดความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะช่วยขยายโอกาสทางการค้าการลงทุน และการต่อยอดนวัตกรรมไทยสู่ตลาดสากลในอนาคต

ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญายังคงเดินหน้าสร้างโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนให้กับเจ้าของผลงานทรัพย์สินทางปัญญาไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเตรียมจัดงาน IP X Venture 2026 มหกรรมทรัพย์สินทางปัญญา ขับเคลื่อนธุรกิจไทยสู่อนาคต ระหว่างวันที่ 27-29 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ฮอลล์ 8 เพื่อเชื่อมโยงนักวิจัย ผู้ประกอบการ นักลงทุน สถาบันการเงิน และ Venture Capital จากทั้งในและต่างประเทศ พร้อมสร้างโอกาสการเจรจาธุรกิจและการลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์ ตอกย้ำบทบาทของกรมฯ ในการผลักดันทรัพย์สินทางปัญญาไทยจากการคุ้มครองสิทธิ สู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน