นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ตามแนวทางของรัฐบาลในการพิจารณาถ่ายโอนภารกิจด้านการท่องเที่ยวจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มายังกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรมได้ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมในทุกมิติ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดความต่อเนื่อง และสามารถขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า วัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเป็นภารกิจที่มีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในบริบทของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการใช้ทุนทางวัฒนธรรม อัตลักษณ์ไทย และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้กับประชาชนและชุมชน ตลอดจนเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ
“ดิฉันได้มอบหมายให้นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งศึกษาและเตรียมความพร้อมในทุกด้าน ทั้งภารกิจ โครงสร้างองค์กร กฎหมาย บุคลากร งบประมาณ และกลไกการบริหารจัดการ เพื่อรองรับการดำเนินงานในอนาคต โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประเทศ ประชาชน และผู้ปฏิบัติงานเป็นสำคัญ” นางสาวซาบีดา กล่าว

ด้านนายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 กระทรวงวัฒนธรรมได้ประชุมหารือร่วมกับผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เพื่อกำหนดแนวทางการเตรียมความพร้อมรองรับภารกิจดังกล่าว โดยได้มีการหารือเกี่ยวกับการทบทวนภารกิจและโครงสร้างของกระทรวงวัฒนธรรมในภาพรวม เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลงของประเทศและของโลกในปัจจุบัน
ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมกล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาระบบการบริหารจัดการของกระทรวงวัฒนธรรมให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับภารกิจในอนาคต เนื่องจากกระทรวงวัฒนธรรมยังไม่เคยมีการปรับปรุงโครงสร้างภารกิจในระดับใหญ่ตั้งแต่จัดตั้งกระทรวงเมื่อปี 2545 ขณะที่บทบาทด้านวัฒนธรรม เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และการท่องเที่ยว มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ กระทรวงวัฒนธรรมยังได้ศึกษาและวิเคราะห์แนวทางการบริหารจัดการด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของประเทศต่าง ๆ ที่ประสบความสำเร็จ ทั้งในภูมิภาคเอเชียและภูมิภาคอื่นของโลก เพื่อนำบทเรียนและแนวปฏิบัติที่ดีมาประกอบการออกแบบโครงสร้าง ภารกิจ และระบบการบริหารจัดการที่เหมาะสมกับประเทศไทย
“หลายประเทศสามารถใช้วัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างรายได้ สร้างงาน และเสริมสร้างภาพลักษณ์ประเทศในเวทีโลก กระทรวงวัฒนธรรมจึงให้ความสำคัญกับการศึกษาแนวทางที่ประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศไทย” นายประสพ กล่าว
ทั้งนี้ ในระยะเวลาอันใกล้ จะมีการประชุมหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และหน่วยงานกลางที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อพิจารณารายละเอียดด้านภารกิจ โครงสร้าง อัตรากำลัง งบประมาณ กฎหมาย ทรัพย์สิน หนี้สิน และประเด็นที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน อันจะนำไปสู่การกำหนดแนวทางที่เหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศในระยะยาว
“เป้าหมายสำคัญคือการวางระบบการบริหารจัดการที่สามารถเชื่อมโยงวัฒนธรรม การท่องเที่ยว เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ของไทยเข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างคุณค่าทางสังคม สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และยกระดับบทบาทของประเทศไทยในเวทีนานาชาติอย่างยั่งยืน” ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมกล่าว

