นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยผลการประเมินเบื้องต้นพบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 7 มิ.ย. 69 ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางสะสมกว่า 14.5 ล้านคน ปัจจัยสำคัญมาจากการชะลอตัวของตลาดนักท่องเที่ยวระยะใกล้ (Short haul) โดยเฉพาะมาเลเซียและสิงคโปร์กลับเข้าสู่ระดับปกติ ซึ่งสัปดาห์ก่อนหน้าได้รับแรงหนุน จากการมีวันหยุดต่อเนื่อง ส่งผลให้มีการเดินเข้าไทยจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังเป็นผลกระทบจากการปรับลด จำนวนเที่ยวบินจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ขณะเดียวกัน ตลาดรัสเซียยังคงที่จากสัปดาห์ก่อนเนื่องจากเดือนมิถุนายน ถือเป็นช่วงที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวรัสเซียเดินทางเข้าไทยต่ำที่สุดในรอบปี สำหรับในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 483,329 คน ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 120,463 คน หรือลดลงร้อยละ 20 คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยเฉลี่ยวันละ 69,047 คน สำหรับในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานักท่องเที่ยว 483,329 คน ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 120,463 คน หรือลดลงร้อยละ 19.95 เมื่อพิจารณา ตามกลุ่มตลาด พบว่า ตลาดระยะใกล้ (short haul)มีจำนวนนักท่องเที่ยว 357,882 คน ลดลงร้อยละ 24.18 จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่กลุ่มตลาดระยะไกล (long haul) มีจำนวน 125,447 คน ลดลงร้อยละ 4.78 จากสัปดาห์ก่อนหน้า โดย 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ มาเลเซีย (101,213 คน) จีน (68,402 คน) อินเดีย (47,216 คน) สิงคโปร์ (20,487 คน) และรัสเซีย (17,958 คน) โดยนักท่องเที่ยวมาเลเซีย จีน อินเดีย สิงคโปร์ รัสเซีย มีอันดับคงที่ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา มีจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงร้อยละ 45.50 ร้อยละ 15.65 ร้อยละ 10.47 ร้อยละ 8.27 และร้อยละ 0.11 ตามลำดับ
สําหรับในสัปดาห์ถัดไป คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเนื่องจากนักท่องเที่ยวหลายตลาดจะกลับมาท่องเที่ยวตามแนวโน้มปกติ หลังจากที่พักตัวในสัปดาห์นี้
สรุปภาพรวมการท่องเที่ยวในสัปดาห์นี้ โดยข้อมูล ณ วันที่ 8 มิถุนายน 2569 พบว่า ประเทศไทย มีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 7 มิถุนายน 69 ผ่านมาทั้งสิ้น 14,515,978คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว 701,358 ล้านบาท โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน (2,386,714 คน) มาเลเซีย (1,839,151 คน) อินเดีย (1,103,945 คน) รัสเซีย (964,670 คน) และเกาหลีใต้ (552,621 คน)

