ไทยเป็นเจ้าภาพเปิดเวทีประชุมระดับอาเซียน ถกแนวทางรับมือ “เชื้อดื้อยา” ในอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ มุ่งยกระดับมาตรฐานการผลิตอย่างยั่งยืน

ประเทศไทย โดยกรมประมง ร่วมกับ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม “Workshop on Strategic Approach to Mitigate Emerging AMR Risk in ASEAN Aquaculture Industry” ระหว่างวันที่ 4 – 5 มิถุนายน 2569 เปิดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านการควบคุมปัญหาเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ (Antimicrobial Resistance : AMR) ในภาคการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ พร้อมผลักดันความร่วมมือระดับภูมิภาคสู่การผลิตสัตว์น้ำที่ปลอดภัยและยั่งยืน ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชัน กรุงเทพมหานคร

นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมว่า ประเทศไทยในฐานะประเทศผู้นำหลัก (Lead Country) ในการขับเคลื่อนศูนย์เครือข่ายสุขภาพสัตว์น้ำแห่งอาเซียน (ASEAN Network of Aquatic Animal Health Centres: ANAAHC) ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญต่อการควบคุมโรคสัตว์น้ำ ความปลอดภัยทางอาหาร และความยั่งยืนของอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในระยะยาว กรมประมง จึงร่วมกับ BIOTEC จัดการประชุมดังกล่าวขึ้น เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนในการพัฒนานโยบาย แนวทาง และนวัตกรรมที่เหมาะสมในการลดความเสี่ยงจากเชื้อดื้อยา รวมถึงสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการใช้ยาต้านจุลชีพในสัตว์น้ำอย่างสมเหตุผล ตลอดจนยกระดับมาตรฐานการผลิตสัตว์น้ำให้มีความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค และสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของกลุ่มประเทศอาเซียนให้มีความเข้มแข็งและเติบโตอย่างยั่งยืน

การประชุมดังกล่าว เป็นการเปิดเวทีให้ผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน ประกอบด้วย บรูไนดารุสซาลาม อินโดนีเซีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม เมียนมา สิงคโปร์ และไทย ได้ร่วมนำเสนอแผนปฏิบัติการระดับชาติ (National Action Plan) ตลอดจนมาตรการและนวัตกรรมที่แต่ละประเทศนำมาใช้ในการลดความเสี่ยงจากเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพในภาคการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เรียนรู้แนวปฏิบัติที่ดี และพัฒนากรอบความร่วมมือระดับภูมิภาคร่วมกัน โดยภายในงานได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญ ดร. Melba G. Bondad-Reantaso จากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) นำเสนอแนวทางเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับภูมิภาคในการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์เชื้อดื้อยาในภาคการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และ ดร. Eduardo M. Leano จากองค์การข่ายงานศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแห่งเอเชียและแปซิฟิก (NACA) ที่ได้บรรยายถึง แนวโน้ม ความท้าทาย และนวัตกรรมด้านการลดการใช้ยาต้านจุลชีพในภาคการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ รวมถึง ได้รับเกียรติจาก ดร.อุดม แซ่อึ้ง ผู้เชี่ยวชาญจาก สวทช. บรรยายในหัวข้อ Gender Equality and Social Inclusion for Implementation of Alternative to Antimicrobial เพื่อสะท้อนบทบาทของความเท่าเทียมทางเพศและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนมาตรการลดการใช้ยาต้านจุลชีพให้เกิดผลอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเปิดโอกาสให้ภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญ ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการฟาร์ม การพัฒนาพันธุ์สัตว์น้ำ การเสริมสร้างสุขภาพสัตว์น้ำ การจัดการความปลอดภัยทางชีวภาพ และการประยุกต์ใช้นวัตกรรมเพื่อลดการใช้ยาต้านจุลชีพ ตลอดจนการระดมความคิดเห็นผ่านการประชุมกลุ่มย่อย (Break-out Session) เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย และแนวทางความร่วมมือที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในระดับภูมิภาค

อธิบดีฯ กล่าวในตอนท้ายว่า…การประชุมในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมืออาเซียนในการรับมือกับปัญหาเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ และนวัตกรรมใหม่ ๆ ระหว่าง ภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะนำไปสู่การกำหนดแนวทางการลดความเสี่ยงจากเชื้อดื้อยาได้อย่างเป็นรูปธรรม สอดรับกับนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย” ที่มุ่งยกระดับมาตรฐานสินค้าสัตว์น้ำให้มีคุณภาพ ปลอดโรค และปลอดภัยต่อผู้บริโภค พร้อมเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และผลักดันอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต