นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยภายหลังตอบกระทู้ถามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง “การส่งเสริมด้านศิลปวัฒนธรรมประเพณีภูไท” ว่า วธ. ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และต่อยอดมรดกภูมิปัญญาของชาวภูไทในทุกมิติ ทั้งด้านวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน ควบคู่กับการสืบทอดอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมให้คงอยู่อย่างยั่งยืน

รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้ดำเนิน “โครงการเงินอุดหนุนชุมชนวัฒนธรรมไทยสร้างเสริมเศรษฐกิจ” เปิดโอกาสให้ชุมชนชาวภูไทและองค์กรเครือข่ายด้านวัฒนธรรมที่มีศักยภาพ สมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อให้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อพัฒนากิจกรรมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม นำทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์และบริการ สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และยกระดับการบริหารจัดการชุมชนอย่างยั่งยืน
“วธ. ยังได้ผลักดันวัฒนธรรมและภูมิปัญญาภูไทเข้าสู่ระบบการคุ้มครองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง โดยมีการขึ้นทะเบียน ‘ผ้าแพรวา’ เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมระดับชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2552 ต่อเนื่องด้วย ‘ผ้าทอภูไท’ เมื่อปี พ.ศ. 2555 ‘ภาษาภูไท’ เมื่อปี พ.ศ. 2557 และ ‘เหยา’ ซึ่งเป็นพิธีกรรมสำคัญของกลุ่มชาติพันธุ์ภูไท” เมื่อปี พ.ศ. 2558 นางสาวซาบีดา กล่าว

รมว.วธ. กล่าวอีกว่า วธ. ยังมีเป้าหมายผลักดันมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของไทยสู่ระดับสากล โดยเฉพาะการเสนอขึ้นทะเบียนต่อองค์การยูเนสโก ซึ่งจำเป็นต้องจัดทำฐานข้อมูลและเอกสารตามหลักเกณฑ์ของอนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ พ.ศ. 2546 เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลและพร้อมเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของยูเนสโกในอนาคต
พร้อมกันนี้ วธ. ยังสนับสนุนการพัฒนา “แหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมภูไท” ให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ตลอดชีวิตที่เข้าถึงง่าย ทันสมัย และเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตชุมชน ผ่านโครงการเงินอุดหนุนชุมชนและแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมในหลายพื้นที่ อาทิ ศูนย์การเรียนรู้ผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติ จังหวัดบึงกาฬ ศูนย์เรียนรู้ศิลปหัตถกรรมพวงมาลัยไม้ไผ่ จังหวัดกาฬสินธุ์ ศูนย์เรียนรู้พิธีกรรมหมอเหยา จังหวัดนครพนม และกลุ่มอนุรักษ์วัฒนธรรมภูไทบ้านป่าข่า จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งกิจกรรมสำคัญครอบคลุมทั้งการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการทอผ้า การย้อมสีธรรมชาติ การฝึกทักษะหัตถกรรมพื้นบ้าน การแสดงรำภูไท การแปรรูปอาหารพื้นถิ่น ตลอดจนการถ่ายทอดพิธีกรรม “หมอเหยา” ซึ่งถือเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของกลุ่มชาติพันธุ์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินโครงการสำคัญเพื่อสืบสานวัฒนธรรมภูไทอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการรวบรวมองค์ความรู้ช่างฝีมือย้อมสีธรรมชาติผ้าไทย โครงการ “รวมหมอเหยาศรีโคตรบูรณ์” จังหวัดนครพนม งาน “สืบสานสายใยชาติพันธุ์ วัฒนธรรมผู้ไทนานาชาติ” จังหวัดกาฬสินธุ์ การประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการบริหารจัดการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม “ผ้าทอผู้ไทย” รวมถึงการจัดพิมพ์หนังสือมรดกภูมิปัญญาสิ่งทออีสาน และการสนับสนุนการสร้างภาพยนตร์ไทยที่นำเสนออัตลักษณ์วัฒนธรรมภูไทและพิธีกรรมหมอเหยา
“วธ. พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อให้วัฒนธรรมภูไทเป็นทั้งรากฐานทางจิตวิญญาณของชุมชน และเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ แหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป” นางสาวซาบีดา กล่าวปิดท้าย






