กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เดินหน้าสร้างความเข้าใจกฎกระทรวงฉบับใหม่ ปี 2569 ยกระดับร้านจําหน่ายกัญชาสู่ “มาตรฐานการแพทย์” ล่าสุด จับมือสํานักงานเขตวัฒนา สน.ทองหล่อ และ สน.ลุมพินี ลงพื้นที่จัดระเบียบร้านจําหน่ายกัญชาย่านสุขุมวิท พร้อมเปิดตัวระบบ “สติกเกอร์ 3 สี” เช็กชัวร์ร้านถูกกฎหมาย สร้างความ เชื่อมั่นด้านสุขภาพและภาพลักษณ์การท่องเที่ยวประเทศไทย

วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 นายแพทย์เทวัญ ธานีรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ ทางเลือก มอบหมายให้นายแพทย์พีรชา คูเกษมกิจ ผู้อํานวยการกองกัญชาทางการแพทย์ นําคณะพนักงานเจ้าหน้าที่ ประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตํารวจนครบาล สน.ทองหล่อ และ สน.ลุมพินี ร่วมลงพื้นที่ ตรวจสอบร้านจําหน่ายกัญชาพื้นที่ซอยสุขุมวิท 11 – 13 จํานวน 6 ร้าน การลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามและ กํากับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างใกล้ชิด โดยภาครัฐยืนยันให้ความสําคัญกับการป้องกันปัญหาด้านสุขภาพ การป้องกันไม่ให้มีการนํากัญชาไปใช้ในทางที่ผิด ควบคู่ไปกับการควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์และการให้บริการให้เป็นไปตาม มาตรฐานที่กฎหมายกําหนด
นายแพทย์พีรชา คูเกษมกิจ ผู้อํานวยการกองกัญชาทางการแพทย์ เปิดเผยว่า จากการเข้มงวดกวดขัน ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขได้ทําการตรวจสอบสถานประกอบการกัญชาทั่วประเทศไปแล้วกว่า 9,158 ร้าน เฉพาะพื้นที่ กรุงเทพมหานครจํานวน 2,175 ร้าน โดยมีผลการดําเนินคดีขั้นเด็ดขาด ดังนี้ พักใช้ใบอนุญาต 2,149 ราย เพิกถอน ใบอนุญาต 418 ราย จับกุมดําเนินคดีผู้ฝ่าฝืน 394 ราย ยึดอายัดของกลางมากกว่า 600 กิโลกรัม มูลค่ารวมกว่า 55 ล้านบาท

สําหรับ กฎกระทรวงควบคุมกัญชาเพื่อการค้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 ซึ่งมีผลบังคับใช้อย่างเป็น ทางการแล้ว ถือเป็นก้าวสําคัญในการดึง “กัญชา” กลับมาใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์อย่างจริงจัง ผ่าน 3 มาตรการหลัก ได้แก่ ยกระดับสู่มาตรฐานการแพทย์ ผู้ขออนุญาตรายใหม่ต้องเป็นสถานพยาบาล ร้านขายยา ร้านจําหน่ายผลิตภัณฑ์ สมุนไพร หรือหมอพื้นบ้านที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น สําหรับใบอนุญาตเดิมใช้ได้จนหมดอายุ แต่การต่ออายุต้องเป็นไปตามเกณฑ์ใหม่) ควบคุมมาตรฐานสถานประกอบการ ต้องมีระบบจัดการกลิ่นและควัน ไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ชุมชน และต้องมีผู้ผ่านการอบรมประจําร้านตลอดเวลาทําการ ให้อํานาจเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัด , นายอําเภอ, กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา สามารถตรวจค้น ยึด อายัด และดําเนินคดี กับผู้กระทําผิดได้รวดเร็วขึ้น
โดยประชาชนสามารถร่วมเป็นหูเป็นตา โดยแจ้งเบาะแสร้านผิดกฎหมายผ่าน Line @traffyfondue เช็กพิกัดและใบอนุญาตผ่านระบบ MC-GIS ผ่านเว็บไซต์ cannabis-gis.dtam.moph.go.th หรือ Super App “หมอพร้อม” เช็กได้ทั้งร้านค้าแปลงปลูก และวันหมดอายุ ปรึกษาสายด่วน ศูนย์ประสานงานกัญชาทางการแพทย์ โทร. 0 2257 7042 (วันและเวลาราชการ)
นายแพทย์พีรชา กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการแพทย์แผนไทยฯ ได้จัดทําระบบสติกเกอร์สําหรับติดหน้า สถานประกอบการจําหน่ายกัญชา เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ทันที โดยแบ่งออกเป็น 3 สี ตามปีที่หมดอายุใบอนุญาต ดังนี้ สีแดง หมดอายุวันที่ 31 ธันวาคม 2569 สีเหลือง หมดอายุวันที่ 31 ธันวาคม 2570 สีเขียว หมดอายุวันที่ 31 ธันวาคม 2571 บนสติกเกอร์จะระบุข้อมูลสําคัญ ได้แก่ ชื่อร้าน, วันหมดอายุ และรหัสประจําสถานประกอบการ 8 หลัก ประกอบด้วยรหัสเขตสุขภาพ 2 หลักแรก, รหัสจังหวัด 2 หลักถัดมา และ เลขลําดับใบอนุญาต 4 หลักสุดท้าย โดยขณะนี้ได้ประสานสํานักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ทั่วประเทศ ดําเนินการปูพรม ติดสติกเกอร์ให้กับร้านที่ได้รับอนุญาตถูกต้องแล้ว กรมการ
แพทย์แผนไทยฯ เน้นย้ําให้ผู้ประกอบการทุกแห่งปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด การลงพื้นที่ ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการบังคับใช้กฎหมาย แต่เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนจากภาครัฐในการ “ตัดวงจรการละเมิดกฎหมายกัญชา” เพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชนและสวัสดิภาพของสังคมไทยในระยะยาว นายแพทย์พีรชา กล่าวในตอนท้าย















