รู้เท่าทันเทรนด์สุขภาพ Hyperbaric Oxygen Therapy อย. คุมเข้มความปลอดภัย ยกระดับสู่มาตรฐานสากล

ท่ามกลางกระแสความนิยมของ Hyperbaric Oxygen Therapy หรือการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูง อย. เดินหน้าคุมเข้มมาตรฐานความปลอดภัย พร้อมแนะประชาชนตรวจสอบเครื่องมือแพทย์ก่อนใช้บริการ

นายแพทย์รุ่งฤทัย มวลประสิทธิ์พร รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ปัจจุบัน “Hyperbaric Oxygen Therapy” ได้รับความสนใจอย่างมากในสื่อออนไลน์ โดยเป็นการใช้ออกซิเจนบริสุทธิ์ภายใต้ความดันที่สูงกว่าปกติ เพื่อช่วยรักษาและฟื้นฟูร่างกาย ซึ่งเครื่อง Hyperbaric Oxygen Therapy (HBOT) จัดเป็นเครื่องมือแพทย์ที่ต้องใช้โดยผู้ประกอบวิชาชีพ (Professional Use) และมีข้อบ่งใช้สำหรับรักษาโรคหรืออาการต่าง ๆ ดังนี้

สำหรับเครื่องที่มีแรงดัน 2ATA ขึ้นไป
– ภาวะฟองอากาศหรือฟองแก๊สในกระแสเลือด (Air and gas bubbles in blood vessels)
– ภาวะโลหิตจางรุนแรง (Severe anemia) ในกรณีที่ไม่สามารถให้เลือดได้
– แผลไหม้รุนแรงและชนาดใหญ่ (Severe and large burns treated at a specialized burn center)
– ภาวะคาร์บอนมอนอกไซด์เป็นพิษ (Carbon monoxide poisoning)
– แผลบาดเจ็บฉกรรจ์จากอุบัติเหตุ (Crush injury)
– โรคน้ำหนีบ (Decompression sickness)
– เนื้อตายชนิด Gas gangrene
– หูดับฉับพลันชนิดที่ไม่ทราบสาเหตุ (Complete hearing loss that occurs suddenly and without any known cause)
– การติดเชื้อที่ผิวหนังและกระดูกรุนแรง (Infection of the skin and bone (severe)
– การบาดเจ็บจากรังสี (Radiation injury)
– แผลผ่าตัดตกแต่งด้วยเนื้อเยื่อ (Skin graft flap at risk of tissue death)
– ตาบอดฉับพลันจากเส้นเลือดอุดตัน
– แผลหายยากต่าง ๆ เช่น แผลเบาหวาน (Non-healing, diabetic foot ulcers)

ส่วนเครื่องที่มีแรงดันต่ำกว่า 2ATA ใช้สำหรับการดูแลสุขภาพทั่วไป หรือรักษาโรคแพ้ความสูงเฉียบพลัน (Acute mountain sickness) โดยหากมีการกล่าวอ้างสรรพคุณ ต้องมีหลักฐานวิชาการอ้างอิงและต้องได้รับการประเมินประสิทธิภาพและความปลอดภัยจากผู้เชี่ยวชาญ

ทั้งนี้ อย. มีข้อแนะนำสำหรับผู้รับบริการทางการแพทย์และสถานพยาบาล ดังนี้
– ผู้ใช้งานต้องปฏิบัติตามคู่มือการใช้งานของผู้ผลิตอย่างเคร่งครัด
– การใช้งานเครื่อง HBOT ในสภาวะที่มีออกซิเจนความเข้มข้นสูง มีความเสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้ จึงต้องมีมาตรการป้องกันอัคคีภัยอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอ
– ควรตรวจสอบระบบไฟฟ้าและสายดิน รวมถึงบำรุงรักษาเครื่องอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้ารั่วไหลหรือการทำงานผิดปกติ
– ผู้ใช้งานต้องได้รับการฝึกอบรมและดูแลผู้เข้ารับบริการอย่างใกล้ชิด ตลอดการบำบัดด้วยเครื่อง HBOT
– ตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้ป่วยสวมใส่เสื้อผ้าที่ทำจากวัสดุที่ปลอดภัย เช่น ผ้าฝ้าย 100% และหลีกเลี่ยงวัสดุที่อาจก่อให้เกิดไฟฟ้าสถิต เช่น ผ้าขนสัตว์ และผ้าใยสังเคราะห์ รวมถึงไม่นำอุปกรณอิเล็กทรอนิกส์ที่อาจก่อให้เกิดไฟฟ้าสถิตเข้าไปในเครื่อง

รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวเพิ่มเติมว่า ประชาชนสามารถตรวจสอบเครื่องมือแพทย์ที่ได้รับอนุญาตจาก อย. และข้อบ่งใช้ของผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ ได้ทางเว็บไซต์กองควบคุมเครื่องมือแพทย์ หรือสแกน QR code ระบบตรวจสอบการอนุญาต