“พัฒนา” นำทีมร่วมประชุมบอร์ด WHO สมัยที่ 159 ชู “สปิริตแห่งเจนีวา” ฝ่าวิกฤตสุขภาพไร้พรมแดน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมบอร์ดองค์การอนามัยโลก สมัยที่ 159 ชื่นชมรัฐสมาชิกแสดงสปิริตสร้างฉันทามติขับเคลื่อน “สาธารณสุขโลก” ท่ามกลางความท้าทาย ชี้ผลประชุม WHA79 จะมีประโยชน์เมื่อแต่ละประเทศนำไปพัฒนาระบบสุขภาพให้เข้มแข็งและเกิดการเข้าถึงบริการสุขภาพที่เท่าเทียม ย้ำบทเรียน “ไวรัสฮันตา” และ “อีโบลา” สะท้อนภัยคุกคามไร้พรมแดน ที่ต้องอาศัยความร่วมมือพหุภาคีผ่านองค์การอนามัยโลก หนุนโครงการนำร่องปฏิรูประบบธรรมาภิบาล โดยต้องมีส่วนร่วมจากทุกฝ่ายและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงสำหรับรัฐสมาชิกทั้งหมด

วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ที่สำนักงานใหญ่ขององค์การอนามัยโลก นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย ดร. นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ นำคณะผู้แทนประเทศไทยจากกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการบริหารองค์การอนามัยโลก สมัยที่ 159 (Executive Board 159th : EB159) พร้อมกันนี้ได้ร่วมแสดงความยินดีกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภูฏาน ที่ได้รับคัดเลือกเป็น new chair of executive board และนายพัฒนาได้กล่าวถ้อยแถลงในวาระที่ 3 ผลลัพธ์ของการประชุมสมัชชาอนามัยโลก สมัยที่ 79 (WHA79) ว่า ประเทศไทยได้แสดงความยินดีกับการเสร็จสิ้นของการประชุม WHA 79 ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับสาธารณสุขโลกและความร่วมมือพหุภาคี แม้จะมีการเจรจาที่ยากลำบากและการหารือในประเด็นที่ละเอียดอ่อน แต่รัฐสมาชิกยังคงแสดงออกถึง “สปิริตแห่งเจนีวา” ผ่านการปรึกษาหารืออย่างไม่เป็นทางการ ความยืดหยุ่น และความพยายามอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่การสร้างฉันทามติ ทำให้หลายประเด็นสำคัญของสาธารณสุขโลกมีความคืบหน้าและบรรลุผลสำเร็จเป็นรูปธรรม แม้ว่าจะยังคงมีความท้าทายอีกมาก แต่รัฐสมาชิกสามารถขับเคลื่อนการหารือให้ก้าวหน้าต่อไปได้ ทั้งเรื่องระบบสุขภาพ, ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข, การเงินที่ยั่งยืน, สุขภาพดิจิทัล, การปฏิรูประบบธรรมาภิบาล และการเสริมสร้างสถาปัตยกรรมสาธารณสุขโลกภายใต้โครงการริเริ่ม UN80 ที่กว้างขึ้น ตลอดจนการเตรียมความพร้อมรับมือกับโรคระบาด รวมถึงงานที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับภาคผนวก PABS

“ประเทศไทยเชื่อว่าผลลัพธ์เหล่านี้จะมีความหมาย ก็ต่อเมื่อนำไปสู่การปรับปรุงที่จับต้องได้ในระดับประเทศ ซึ่งรวมถึงระบบสุขภาพที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น และการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมกันมากขึ้น ส่วนการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ของไวรัสฮันตาและอีโบลาเมื่อไม่นานมานี้ ได้เตือนให้เราตระหนักอีกครั้งว่า ภัยคุกคามด้านสุขภาพนั้นไร้พรมแดน แม้ในบริบทโลกที่ยากลำบาก รัฐสมาชิกยังคงเดินหน้าไปด้วยกันอย่างมั่นคง ด้วยการหารือ ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และความร่วมมือพหุภาคีผ่านองค์การอนามัยโลก” นายพัฒนากล่าว