กรมประมง..ขานรับนโยบาย “รมช.เกษตรฯ” ภายใต้แนวคิด “BLUE TRANSFORMATION พลิกโฉมประมงไทยสู่ความยั่งยืน” เดินหน้ายกระดับภาคประมงไทยกลับสู่ผู้นำในเวทีโลก

วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.30 น. นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายขับเคลื่อนงานประมง แก่ผู้บริหารและบุคลากรกรมประมง โดยมีนายธีระชัย แสนแก้ว ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กรมประมง ร่วมรับฟังกว่า 300 คน ณ ห้องประชุมอานนท์ กรมประมง เพื่อถ่ายทอดแนวทางการขับเคลื่อนภารกิจด้านการประมงให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบนโยบายการพัฒนาภาคการประมงที่สำคัญ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ทรัพยากร และคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรและชาวประมง โดยเน้นการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน การเพิ่มขีดความสามารถ การแข่งขัน การยกระดับมาตรฐานสินค้า การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ตลอดจนการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อให้ประเทศไทยกลับมาเป็นผู้นำภาคการประมงของโลกอีกครั้ง ภายใต้แนวคิด BLUE TRANSFORMATION พลิกโฉมประมงไทยสู่ความยั่งยืน” ซึ่งสอดรับกับนโยบาย “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย” ของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีแนวทางการดำเนินงาน ดังนี้

B : Biodiversity & Balance การรักษาสมดุลทรัพยากรและเผชิญหน้ากับวิกฤตนิเวศ ให้เกิดความยั่งยืนของความหลากหลายทางชีวภาพ อาทิ การแก้ไขปัญหาการรุกรานของปลาหมอคางดำ โดยจำกัดพื้นที่ กำจัดออกจากทุกแหล่งน้ำ และนำไปใช้ประโยขน์อย่างเป็นรูปธรรม  / การอนุรักษ์ฟื้นฟูความหลากหลายของระบบนิเวศทางทะเล เช่น แนวปะการัง และแหล่งน้ำจืด เช่น การฟื้นฟูพันธุ์ปลาไทย เพื่อเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำ ดูแลรักษาแหล่งอาศัยและแหล่งพ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำ / ส่งเสริมสนับสนุนการนำงานวิจัยและนวัตกรรมที่ช่วยรักษาสมดุลทางธรรมชาติให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้จริง

L : Livelihood & Local Empowerment & Legal Justification การยกระดับคุณภาพชีวิตและกฎหมายที่เป็นธรรม ผลักดันกฎหมายประมงโดยเฉพาะกฎหมายลำดับรอง และส่งเสริมการยกระดับคุณภาพและการกระจายสินค้าประมงผ่านช่องทางการตลาดต่าง ๆ เช่น Fisherman Market เพื่อสนับสนุนการประกอบอาชีพให้กับพี่น้องชาวประมงทั้งพื้นบ้านและพาณิชย์ พร้อมให้ความสำคัญกับการรับมือปัญหาวิกฤตพลังงาน

U : Upgrading Technology ยกระดับการเพาะเลี้ยงด้วยเกษตรอัจฉริยะ ใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยส่งเสริมการนำระบบ Smart Fisheries / AI (Artificial Intelligence) / Bigdata และ Mobile Application ฯลฯ มาเป็นเครื่องมือเพื่อประยุกต์ใช้ให้เกิดการพัฒนาภาคการประมงในมิติต่าง ๆ รวมทั้งการช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีในระดับพื้นที่เมื่อเกิดภัยพิบัติ

E : E-Traceability & Export standards การตรวจสอบย้อนกลับตามมาตรฐานสากล โดยให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีเพื่อควบคุมมาตรฐานสินค้า ทั้งด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมผลักดันสินค้าแปรรูปจากท้องถิ่น วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) สู่ Product Champion ให้เป็นที่รู้จักในตลาดโลก

พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้กรมประมงเร่งดำเนินงานเชิงรุกในทุกมิติ ด้วยการบริหารงานแบบ PDCA (Plan-Do-Check-Act) โดยขับเคลื่อนนโยบายผ่านแผนปฏิบัติการอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการดูแลบุคลากรในทุกระดับ ทั้งการพัฒนาทักษะองค์ความรู้ ปัจจัยสนับสนุนการปฏิบัติงาน และคุณภาพชีวิต เพื่อสร้างองค์กรที่เข้มแข็ง

โอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เยี่ยมชมนิทรรศการและผลงานด้านการประมง ประกอบด้วย นิทรรศการโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ นวัตกรรมเพาะพันธุ์สัตว์น้ำเคลื่อนที่เพื่อความมั่นคงทางอาหารในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนตามพระราชดำริ ระบบการจัดการห่วงโซ่อุปทานด้านการประมง (Fisheries Supply Chain) การบริหารจัดการทรัพยากรประมงทะเลและทรัพยากรประมงน้ำจืดเพื่อใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน การพัฒนานวัตกรรมการเลี้ยงสัตว์น้ำคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Farming) เพื่อความยั่งยืน ปูทะเลสร้างอาชีพ : นวัตกรรมต้นแบบสู่การผลิตเชิงพาณิชย์อย่างยั่งยืน การบริหารจัดการปลาหมอคางดำสู่การใช้ประโยชน์ รวมถึงระบบสารสนเทศเพื่อการประมง อาทิ ศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังการทำการประมง (Fisheries Monitoring Center; FMC) และ ระบบติดตามเรือประมง (Vessel Monitoring System; VMS) เป็นต้น นอกจากนี้ ยังได้เยี่ยมชมร้านค้า/ วิสาหกิจชุมชนประมง ซึ่งกรมประมงเปิดพื้นที่ภายในตลาดนัดกรมประมงสามารถนำผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มาจำหน่าย เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวประมง

อธิบดีกรมประมง กล่าวในตอนท้ายว่า กรมประมงพร้อมนำนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยจะเร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานในทุกมิติ ภายใต้วิสัยทัศน์ “ยกระดับการประมงไทยให้แข่งขันได้ โดยใช้ทรัพยากรอย่างสมดุล พร้อมผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมที่สร้างความมั่งคั่งแก่เกษตรกร” ตามแนวคิด “Fisheries Connect for Sustainability” ที่เน้นการเชื่อมโยงความร่วมมือจากทุกภาคส่วนตลอดห่วงโซ่อุปทาน ส่งเสริมการประกอบอาชีพ และสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ชาวประมง และผู้ประกอบการธุรกิจประมงให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคและตลาดทั้งในและต่างประเทศ อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ภาคการประมงไทยเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืนต่อไป