เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย และดร.กิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ร่วมแถลงข่าวกรณีเหตุอุบัติเหตุบริเวณทางรถไฟมักกะสัน แยกอโศก – ดินแดง และประเด็นที่สังคมให้ความสนใจเกี่ยวกับอุบัติเหตุ รวมทั้ง การออกใบอนุญาตพนักงานขับรถไฟ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบสาเหตุของอุบัติเหตุอย่างรอบด้าน พร้อมถอดบทเรียนและจัดทำมาตรการป้องกันเชิงรุก เพื่อไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันซ้ำอีก โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านระบบราง การบริหารจัดการจุดตัดทางรถไฟ ตลอดจนการบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มงวดและเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคม ยังได้กำหนดมาตรการควบคุมการเดินรถสินค้าเพิ่มเติม โดยมอบนโยบายให้การรถไฟแห่งประเทศไทย กำหนดช่วงเวลาเดินรถสินค้าระหว่างเวลา 22.00 – 04.00 น. เท่านั้น และห้ามขบวนรถสินค้าที่เกิดความล่าช้าเข้าสู่ช่วงเวลาเดินรถปกติในช่วงอื่น รวมทั้งให้ยกเลิกการให้บริการขนส่งสินค้าประเภทน้ำมันดิบ แต่หากมีความจำเป็นต้องดำเนินการต่อให้จัดทำรายละเอียดเสนอกระทรวงคมนาคมพิจารณาต่อไป
ขณะเดียวกัน ได้สั่งการให้ การรถไฟแห่งประเทศไทย จัดทำแผนการเดินรถโดยสารรถไฟทางไกล และรถไฟชานเมืองที่เดินรถในเขตกรุงเทพชั้นในใหม่ เพื่อความปลอดภัยในการเดินรถไฟและแก้ปัญหาการจราจรของจุดตัดถนน โดยให้บูรณาการร่วมกับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เพื่อเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะให้เหมาะสม
ส่วนด้านการช่วยเหลือ เยียวยา และดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว กระทรวงคมนาคมได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยในส่วนของการเยียวยาเบื้องต้น กรณีผู้เสียชีวิต องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จะจ่ายเงินช่วยเหลือรายละ 1,750,000 บาท และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จ่ายเงินช่วยเหลือรายละ 340,000 บาท รวมเป็นเงินช่วยเหลือทั้งสิ้นรายละ 2,090,000 บาท ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บ จะได้รับการช่วยเหลือและเยียวยาตามระดับความเสียหายและค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล โดยมีวงเงินช่วยเหลือตั้งแต่ 130,000 – 1,000,000 บาท
ในการนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ชี้แจงกรณีที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการได้รับใบอนุญาตของพนักงานขับรถไฟ ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นกฎหมายฉบับใหม่ที่มีผลใช้บังคับ เพื่อกำกับดูแลมาตรฐานการประกอบกิจการและการปฏิบัติหน้าที่ด้านระบบรางของประเทศให้เป็นไป ตามมาตรฐานเดียวกัน ทั้งนี้ พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 โดยมาตรา 95 กำหนดให้ผู้ประจำหน้าที่ ได้แก่ พนักงานขับรถขนส่งทางราง พนักงานควบคุมรถขนส่งทางราง ต้องขอรับใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ตามหลักเกณฑ์ที่กรมการขนส่งทางรางกำหนด
อย่างไรก็ตาม กฎหมายดังกล่าวมีบทเฉพาะกาล มาตรา 156 ให้ผู้ประจำหน้าที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย คงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ และให้ขอรับใบอนุญาตให้เสร็จภายใน 25 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา การรถไฟฯ ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยได้จัดส่งข้อมูลผู้ประจำหน้าที่ในตำแหน่งพนักงานขับรถไฟที่การรถไฟฯ ได้แต่งตั้งไว้ โดยพนักงานขับรถไฟทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติผ่านการปฏิบัติงานในตำแหน่งช่างเครื่องไม่น้อยกว่า 7 ปี และผ่านการคัดเลือก รวมทั้ง ก่อนปฏิบัติงานจริงจะต้องอบรม และฝึกปฏิบัติงานเดินการเดินรถ ปัจจุบันมี พนักงานขับรถไฟ จำนวน 951 คน และได้ส่งรายชื่อให้กับกรมการขนส่งทางรางครบถ้วนแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการยืนยันตนในระบบของกรมการขนส่งทางราง โดยได้รับใบอนุญาตแล้ว จำนวน 208 คน ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างกระบวนการออกใบอนุญาตตามขั้นตอนของกรมการขนส่งทางราง
ส่วนพนักงานขับรถรถไฟ ขบวน 2126 ที่เฉี่ยวชนกับรถประจำทาง สาย 206 จนทำให้มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต โดยจากหลักฐานการคัดกรองสารเสพติด ตรวจพบแอมเฟตามีนและสารกัญชาในปัสสาวะขณะปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการเดินรถ ถือได้ว่ากระทำผิดวินัยร้ายแรง การรถไฟฯ จึงมีคำสั่งให้พนักงานออกจากงานไว้ก่อนเพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณา กรณีถูกกล่าวหากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง เพื่อรักษามาตรฐานด้านความปลอดภัย และสร้างความเชื่อมั่นของประชาชน ส่วนพนักงานที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุอีก 2 ราย คือ พนักงานช่างเครื่อง และพนักงานประจำซุ้มเครื่องกั้นถนน ได้มีคำสั่งให้ย้ายไปปฏิบัติหน้าที่อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องด้านการเดินรถไว้ก่อน
คณะกรรมการกลางพิจารณาเหตุอันตรายในการเดินรถของการรถไฟฯ อยู่ระหว่างการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 และหากพบว่ามีการกระทำผิดการรถไฟฯ จะดำเนินการทางวินัยตามระเบียบอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ การดำเนินการคดีอาญาทางกฎหมาย อยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
พร้อมกันนี้กรมการขนส่งทางราง ได้ออกมาตรการเร่งด่วนในการตรวจคัดกรองสารเสพติดและแอลกอฮอล์ของบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับความปลอดภัยในการขนส่งทางราง มีคำสั่งให้การรถไฟฯ ดำเนินการตรวจคัดกรองฯ บุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการเดินรถทุกรายก่อนปฏิบัติหน้าที่ เพื่อประโยชน์ในการกำกับดูแลความปลอดภัยในการขนส่งทางรางให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และคุ้มครองความปลอดภัยสาธารณะ

