อธิบดี คต. โชว์ vision เฉียบในงาน SWR 2026 ชูอาเซียนเป็นศูนย์กลางความมั่นคงอาหารโลกแบบยั่งยืน

อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) ขึ้นเวทีเสวนาระดับสากล ในงาน Sustainable World Resources (SWR) ครั้งที่ 13 เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรม One Farrer สาธารณรัฐสิงคโปร์ ชูวิสัยทัศน์ไทยและอาเซียนเป็นศูนย์กลางความมั่นคงอาหารโลกและยกระดับห่วงโซ่คุณค่าสินค้าเกษตรอาเซียน แบบเน้นความยั่งยืน พร้อมผลักดันความร่วมมือภูมิภาค และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ลดขั้นตอนภาครัฐ  

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าผลักดันนโยบายด้านความมั่นคงทางอาหารและความยั่งยืนสู่เวทีสากล โดยท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ได้มอบหมายให้ตนเข้าร่วมเป็นวิทยากรในงาน Sustainable World Resources ครั้งที่ 13 เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ ซึ่งจัดโดยสถาบันกิจการระหว่างประเทศแห่งสิงคโปร์ (Singapore Institute of International Affairs: SIIA) เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางรับมือความท้าทายในอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารโลก ภายใต้ความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนที่สูงขึ้น และกฎระเบียบด้านความยั่งยืน รวมถึงแสวงหาโอกาสการค้าใหม่กับการสร้างความมั่นคงทางอาหารของภูมิภาค ซึ่งงาน SWR ในปีนี้ มีผู้เข้าร่วมจากภาคการเงิน ธุรกิจเกษตร และผู้กำหนดนโยบายระดับภูมิภาคกว่า 200 คน และได้รับเกียรติจากนาง Grace Fu รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมของสิงคโปร์ และนาย Arif Havas Oegroseno รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย กล่าวปาฐกถาเกี่ยวกับความจำเป็นในการสร้างระบบเศรษฐกิจและการค้าที่มีความยืดหยุ่น ท่ามกลางโลกที่เผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤต พร้อมเน้นความสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ไม่ทิ้งเกษตรกรรายย่อยในประเทศกำลังพัฒนาไว้ข้างหลัง

ในการเสวนาหัวข้อ “New Markets for ASEAN Commodities” อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ได้นำเสนอมุมมองร่วมกับผู้แทนสภาประเทศผู้ผลิตน้ำมันปาล์ม (CPOPC) และธนาคาร MUFG โดยสะท้อนนโยบายของท่านรัฐมนตรีฯ ว่า ไทยพร้อมผลักดันบทบาทอาเซียนจาก “ผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์” ไปสู่ “ศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารและห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนของโลก” พร้อมชี้ว่า “ความยั่งยืน” ไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่กำลังกลายเป็นกติกาการค้าใหม่ของโลก อย่างไรก็ดี การปรับตัวของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ยังเผชิญข้อจำกัดด้านต้นทุนและมาตรฐานที่ซับซ้อน จึงจำเป็นต้องเร่งสนับสนุนความร่วมมือระดับภูมิภาค การใช้เทคโนโลยีช่วยลดขั้นตอนราชการ และลดอุปสรรคทางการค้า เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานยังให้ความสนใจแนวทางของไทยในการยกระดับสินค้าเกษตร โดยเฉพาะการส่งออกข้าวคุณภาพและข้าวอินทรีย์ ตลอดจนการประยุกต์ใช้ AI ในบริบทความยั่งยืนและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตร นางอารดาฯ กล่าว

ภายหลังการเสวนา นางอารดาฯ ได้เข้าร่วมวงสนทนากับเครือข่ายผู้นำรุ่นใหม่ Emerging Leaders Network ภายใต้สถาบัน SIIA เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและต่อยอดความร่วมมือด้านการค้าระหว่างภาครัฐและเอกชน อันจะช่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ในการยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารและการค้าเกษตรยั่งยืนของภูมิภาคต่อไป