
นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการร่วม คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ครั้งที่ 61 (Sixty-First Meeting of the MRC Joint Committee) ผ่านระบบประชุมทางไกล ร่วมกับประเทศสมาชิก MRC ได้แก่ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ราชอาณาจักรกัมพูชา และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยมี H.E. Mr. So Sophort เลขาธิการคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติกัมพูชา ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วม คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ประจำปี ค.ศ. 2026 เป็นประธานการประชุม ณ เมืองเสียมราฐ ราชอาณาจักรกัมพูชา เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 โดยมี นางพัชรวีร์ สุวรรณิก รองเลขาธิการ สทนช. พร้อมด้วย นายชุมลาภ เตชะเสน ผู้ช่วยเลขาธิการ สทนช. ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมน้ำปิง ชั้น 4 สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ
เลขาธิการ สทนช. เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้พิจารณาและรับทราบความก้าวหน้าการดำเนินงานในประเด็นสำคัญของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) ทั้งในด้านการบริหารจัดการองค์กร การเงิน และความร่วมมือด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในลุ่มน้ำโขง เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของ MRC ให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสามารถรองรับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างเหมาะสม โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างความร่วมมือทางเทคนิคเพื่อรองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งส่งผลต่อความผันผวนของสถานการณ์น้ำและความเสี่ยงด้านอุทกภัยและภัยแล้งในภูมิภาค ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าของความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลอุทกวิทยาในลุ่มน้ำโขง ซึ่งช่วยสนับสนุนการติดตามสถานการณ์น้ำ การพยากรณ์ และการบริหารจัดการน้ำร่วมกันให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRCS) ได้นำเสนอแนวทางการดำเนินงานระยะต่อไปเพื่อยกระดับการแบ่งปันข้อมูลและการประสานงานข้ามพรมแดนสำหรับการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินด้านน้ำ อาทิ อุทกภัย ภัยแล้ง และเหตุการณ์ด้านคุณภาพน้ำ เพื่อสนับสนุนการเตรียมความพร้อมและลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำอย่างทันท่วงที
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังได้รับทราบความก้าวหน้าของการศึกษาร่วมระหว่างศูนย์ความร่วมมือทรัพยากรน้ำ ภายใต้ความร่วมมือแม่น้ำโขง – แม่น้ำล้านช้าง (LMC Water Center) และ MRCS เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางอุทกวิทยาและแนวทางการปรับตัว ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการวางแผนและเสริมสร้างความเข้าใจร่วมกันของประเทศในภูมิภาค ตลอดจนรับทราบความก้าวหน้าของการวางแผนเชิงรุกในระดับภูมิภาค (Proactive Regional Planning: PRP) และการปรับปรุงกรอบสนับสนุนการตัดสินใจของ MRC (Decision Support Framework: DSF) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการวิเคราะห์และสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างบูรณาการ โปร่งใส และอิงหลักวิชาการ
ทั้งนี้ เครื่องมือและกลไกความร่วมมือต่าง ๆ ของ MRC จะช่วยเสริมขีดความสามารถของประเทศสมาชิกในการติดตามสถานการณ์น้ำ การพยากรณ์ การบริหารจัดการอุทกภัยและภัยแล้ง ตลอดจนการแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที โดย MRCS จะนำข้อคิดเห็นของประเทศสมาชิกไปประกอบการพัฒนาการดำเนินงานเพื่อยกระดับความร่วมมือด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำข้ามพรมแดนให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป










