
วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.30 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติ (กอช.) ครั้งที่ 2/2569 ณ ห้องประชุม 202 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีนายบรรณรักษ์ เสริมทอง เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายเทวินทร์ นรินทร์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายด้านความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ครอบคลุมทั้งการอนุรักษ์ การใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน และการพัฒนาเศรษฐกิจฐานชีวภาพ
การประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมมีมติสำคัญโดยเห็นชอบให้เสนอ “อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์” เป็น อุทยานมรดกอาเซียน (ASEAN Heritage Park) แห่งที่ 11 ของประเทศไทย เพื่อยกระดับทรัพยากรธรรมชาติของไทยสู่การยอมรับในระดับภูมิภาค โดยโอกาสนี้ ดร.รวีวรรณ ปลัดกระทรวงฯ ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำข้อเสนอให้ครบถ้วน โดยต้องแสดงจุดเด่นของระบบนิเวศตั้งแต่พื้นที่ราบถึงยอดเขา สะท้อนความหลากหลายทางชีวภาพและศักยภาพในการเป็นพื้นที่ต้นแบบ ควบคู่กับการเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน และการแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ที่ประเทศสมาชิกอาเซียนจะได้รับอย่างชัดเจน พร้อมกันนี้ ให้พิจารณานำข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิไปประกอบการดำเนินงาน โดยเฉพาะการพัฒนา “ดอยอินทนนท์” ให้เป็น พื้นที่ต้นแบบด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการจัดทำแผนเชิงรุกเพื่อเสนอพื้นที่ที่มีศักยภาพเพิ่มเติมในอนาคต เพื่อเพิ่มบทบาทของประเทศไทยในเวทีอาเซียน
ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงฯ ยังเน้นย้ำอีกว่า การดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพต้องตั้งอยู่บนประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ และต้องเร่งเดินหน้าอย่างจริงจัง ควบคู่กับการยกระดับ เศรษฐกิจฐานชีวภาพ (Bio Economy) เพื่อเปิดมิติใหม่ของการพัฒนาประเทศ โดยทุกหน่วยงานต้องบูรณาการความร่วมมือ และเร่งรัดการดำเนินงานเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีตามขั้นตอนอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงฯ ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของกลไก การเข้าถึงและแบ่งปันผลประโยชน์ (Access and Benefit Sharing: ABS) ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการนำทรัพยากรชีวภาพไปต่อยอด สร้างมูลค่าเพิ่ม และคืนประโยชน์กลับสู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับในส่วนของวาระอื่น ๆ ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบ (ร่าง) พระราชบัญญัติความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อเป็นกฎหมายกลางในการบริหารจัดการทรัพยากรของประเทศ เห็นชอบมาตรการป้องกัน ควบคุม และกำจัดชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน จำนวน 31 ชนิด เพื่อลดผลกระทบต่อระบบนิเวศและเศรษฐกิจ ตลอดจนเห็นชอบสนับสนุนการพัฒนา “บางกะเจ้า” เป็นพื้นที่เรียนรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ และแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ รวมไปถึงเห็นชอบการปรับปรุงองค์ประกอบคณะอนุกรรมการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขับเคลื่อนงานในภาพรวม ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะเร่งผลักดันมติที่ประชุมสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน






