กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ โดยสถาบันพัฒนาด้านสิทธิมนุษยชน จัดกิจกรรมศึกษาดูงาน สำหรับหลักสูตรนักบริหารด้านสิทธิมนุษยชนระดับกลาง รุ่นที่ 4

วันพุธที่ 6 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.30 – 16.30 น. ณ โรงแรมทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น แบงคอก กรุงเทพมหานคร กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ โดย สถาบันพัฒนาสิทธิมนุษยชน จัดอบรมหลักสูตรนักบริหารด้านสิทธิมนุษยชนระดับกลาง รุ่นที่ 4 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของผู้บริหารระดับกลางให้มีองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการบริหารงานได้ และสร้างเครือข่ายนักบริหารด้านสิทธิมนุษยชนระดับกลาง ให้มีทักษะด้านการจัดการในการพัฒนาการปฏิบัติงานในหน่วยงานโดยคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน

สำหรับการอบรมในครั้งนี้ ช่วงเช้า เป็นการบรรยายหัวข้อ “สิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรม” โดย ผศ.ดร.กรรภิรมย์ โกมลารชุน อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้สรุปสาระสำคัญเกี่ยวกับสิทธิในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ซึ่งเป็นคดีที่มีการละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้ถูกกล่าวหามากที่สุด ปัญหาที่พบคือตำรวจที่มีสายการบังคับบัญชาหลายชั้นและมีอำนาจมาก ทั้งการสอบสวน ค้น จับกุม จึงทำให้สามารถตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายการเมืองได้โดยง่าย โดยเฉพาะในชั้นสอบสวน ซึ่งมีมาตรการบังคับทางอาญา เช่น การละเมิดสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล (การจับ การขัง) ความสมบูรณ์แห่งร่างกาย (บังคับตรวจเลือด บังคับถ่ายอุจจาระ) สิทธิในการตัดสินใจอย่างเป็นอิสระในเรื่องข้อมูลส่วนตัว (ค้นข้อมูลออนไลน์) ซึ่งในต่างประเทศบางประเทศ องค์กรตำรวจแยกออกไปเป็นองค์กรท้องถิ่น ซึ่งทำให้ปัญหาต่างๆ ลดลง

ในช่วงบ่าย เป็นการสังเคราะห์ประเด็นสิทธิมนุษยชน (พบที่ปรึกษาครั้งที่ 3) ซึ่งมีทีมที่ปรึกษานักบริหารด้านสิทธิมนุษยชนระดับกลาง ประกอบด้วย ดร.วัลลภ จิวหลง ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการมีส่วนร่วมและคุ้มครองสิทธิ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ผศ.ดร.อุทัย สติมั่น อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรดุษฎีบัณฑิต สาขาสตินวัตกรรมและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ผศ.ว่าที่พันตรี ดร. ธนู ทดแทนคุณ ผู้อำนวยการหลักสูตรบัณฑิตศึกษา คณะศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ นางสาวมยุรี ชวนชม ประธานฝ่ายส่งเสริมสิทธิ TPDPA สมาคมผู้ตรวจสอบและให้คำปรึกษาการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไทย และผศ.ดร.ขันทอง วัฒนะประดิษฐ์ อาจารย์ประจำหลักสูตรวิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ซึ่งผู้อบรมได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับวิทยากรในหลายมิติอย่างสร้างสรรค์ และคาดหวังว่า ผู้เข้ารับการอบรมจะสามารถนำความรู้ไปเผยแพร่และปรับใช้ในการปฏิบัติงานของตนเองและพัฒนาองค์กร ต่อไป