วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน พร้อมด้วยนางเกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการด้านการพัฒนาฝีมือแรงงาน ระหว่าง กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กับ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ โดยมี นายสมชาติ สุภารี รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และนางรุ่งอรุณ ไสยโสภณ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เป็นพยาน พร้อมด้วย ผู้บริหารสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้บริหารกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ผู้บริหารกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ร่วมเป็นเกียรติ ณ ห้องประชุม ชั้น 6 อาคาร DSD กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า การลงนามบันทึกความเข้าใจในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐในการพัฒนากำลังแรงงานของประเทศอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการเชื่อมโยง การเรียนรู้ เข้ากับ ทักษะอาชีพ และมาตรฐานฝีมือแรงงาน ให้สามารถนำไปใช้ได้จริงในตลาดแรงงาน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ กรมพัฒนาฝีมือแรงงานมีภารกิจหลักในการพัฒนาและยกระดับทักษะแรงงานทั้งก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงานและแรงงานที่อยู่ในระบบแล้ว ให้มีสมรรถนะสอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบกิจการ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะใหม่ (New Skill) การยกระดับทักษะ (Up Skill) และการปรับเปลี่ยนทักษะ (Re Skill) ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและโครงสร้างเศรษฐกิจ ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินงานร่วมกับเครือข่ายภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง

นายสมาสภ์ กล่าวต่อว่า หนึ่งในโครงการสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือ คือ โครงการเพิ่มทักษะด้านอาชีพแก่นักเรียนที่ไม่ได้เรียนต่อหลังจบการศึกษาภาคบังคับ ซึ่งดำเนินการร่วมกับสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 – 2568 มีผู้ผ่านการฝึกอบรมแล้ว จำนวน 4,879 คน โดยผู้ผ่านการฝึกอบรมจำนวนมากสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพ สร้างรายได้ อย่างเป็นรูปธรรม สำหรับความร่วมมือกับกรมส่งเสริมการเรียนรู้ในครั้งนี้ จะเป็นการยกระดับกลไกการทำงานร่วมกัน โดยทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันจัดตั้งศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน สาขาผู้ประกอบอาหารไทยระดับ 1 ณ ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ จ. อุทัยธานี และสาขาช่างฝีมือเครื่องประดับแนวอนุรักษ์ (เทคนิคโบราณ) ระดับ 1 และช่างเครื่องถม ระดับ 1 ณ ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนกาญจนาภิเษก (วิทยาลัยในวัง) จังหวัดนครปฐม เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติได้อย่างทั่วถึง รวมถึงการพัฒนาระบบการเทียบโอนสมรรถนะจากการฝึกอบรม การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ และประสบการณ์การทำงานเข้าสู่ระบบ ธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) ซึ่งนำมาเทียบโอนหน่วยกิตในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งจะช่วยให้การเรียนรู้ของประชาชนไม่สูญเปล่า แต่สามารถต่อยอดทางการศึกษาและอาชีพได้ในอนาคต และจัดฝึกอบรมในสาขาอาชีพต่าง ๆ ตามโครงการเพิ่มทักษะด้านอาชีพแก่นักเรียนที่ไม่ได้เรียนต่อหลังจบการศึกษาภาคบังคับ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เป้าหมาย จำนวน 1,300 คน ในพื้นที่ 76 จังหวัด ยกเว้นกรุงเทพมหานคร โดยจัดฝึกอบรมในสาขาที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน อาทิ ช่างเชื่อมอาร์กโลหะด้วยมือ ช่างควบคุมเครื่องกัดและเครื่องกลึง CNC ช่างเครื่องทำความเย็นและเครื่องปรับอากาศในบ้านและการพาณิชย์ขนาดเล็ก ช่างซ่อมเครื่องยนต์ ช่างซ่อมและบำรุงรักษารถจักรยานยนต์ ช่างเดินสายไฟฟ้าภายในอาคาร และผู้ประกอบอาหารไทย 4 ภาค เป็นต้น สุดท้ายนี้ขอขอบคุณ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ และ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อสร้างกำลังคนที่มีคุณภาพ รองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและสังคมในอนาคตต่อไป

ด้านนางเกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กล่าวเพิ่มเติมว่า การลงนามในครั้งนี้เป็นการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันในการเชื่อมโยงการเรียนรู้กับชีวิตจริง อาชีพจริง และมาตรฐานจริง ภายใต้แนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง พร้อมทั้งยืนยันว่าความร่วมมือครั้งนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนในทุกพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม และนับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการบูรณาการการเรียนรู้ และ การพัฒนาฝีมือแรงงาน เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศ









