“พาณิชย์” คิกออฟ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ” ผนึกไปรษณีย์ไทย เปิดจุดขาย 946 แห่งทั่วประเทศ กระจายสินค้าราคาประหยัดถึงชุมชน

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิด (Kick off) โครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ” เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ณ ไปรษณีย์ สาขานนทบุรี ว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน ได้บูรณาการความร่วมมือกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนไม่น้อยกว่า 280 ล้านบาทต่อเดือน โดยนำสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นมาจำหน่ายในราคาต่ำกว่าท้องตลาด ผ่านจุดจำหน่ายในชุมชน และเครือข่ายไปรษณีย์ไทย ควบคู่กับการส่งเสริมรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อยโดยไม่กระทบต่อกลไกตลาดเดิม

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ภาครัฐร่วมกันนำสินค้าจำเป็นราคาประหยัดมาเป็นทางเลือกให้ประชาชน โดยจับมือกับไปรษณีย์ไทยจะเป็นกลไกสำคัญในการกระจายสินค้าไปสู่ประชาชนทั่วประเทศ

“เราต้องการลดค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน ควบคู่กับการสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการรายเล็กและสินค้าชุมชน โดยใช้ไปรษณีย์ไทยเป็นช่องทางสำคัญในการกระจายสินค้าให้เข้าถึงทุกพื้นที่”

นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงความร่วมมือแบบบูรณาการระหว่างหลายกระทรวง โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยที่เปิดจุดจำหน่ายในระดับอำเภอกว่า 800 แห่งทั่วประเทศ และไปรษณีย์ไทยที่เข้ามา “เติมเต็ม” ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าได้ทุกวัน รวมทั้งมีแผนต่อยอดยกระดับสินค้าชุมชนให้ได้มาตรฐาน เพื่อขยายโอกาสสู่ตลาดในประเทศและต่างประเทศในอนาคต

ในระยะเริ่มต้น ได้เปิดจำหน่ายสินค้าผ่านที่ทำการไปรษณีย์จังหวัดทั่วประเทศ จำนวน 122 จุด แบ่งเป็น กรุงเทพมหานคร 28 จุด ปริมณฑล 21 จุด และส่วนภูมิภาค 73 จุด และในสัปดาห์ที่ 2 จะขยายเพิ่มเติมไปยังที่ทำการไปรษณีย์อำเภออีก 824 จุด รวมเป็น 946 จุดทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนในชุมชนและพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง

สำหรับกิจกรรมภายใต้ความร่วมมือกับไปรษณีย์ไทย ประกอบด้วย 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ การเป็นจุดจำหน่ายสินค้าราคาพิเศษ และการเป็นศูนย์กระจายสินค้า (Distribution Center: DC) รองรับการกระจายผ่านรถพุ่มพวง โดยมีสินค้าเข้าร่วมโครงการ 15 รายการ จากผู้ประกอบการ 12 ราย ครอบคลุมสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เช่น น้ำมันปาล์ม น้ำปลา ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด โดยจำหน่ายในราคาลดลงสูงสุดถึง 25%

ด้านนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยจะเข้ามาเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าไทย

“ไปรษณีย์ไทยมีพื้นที่จำหน่ายสินค้าชุมชนอยู่แล้ว และในโครงการนี้จะขยายจุดจำหน่ายเพิ่มกว่า 800 แห่งในระยะเริ่มต้น ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าได้สะดวกมากขึ้น และในอนาคตมีแผนพัฒนาให้สามารถสั่งซื้อสินค้าไทยช่วยไทยผ่านระบบไปรษณีย์ได้”

ขณะที่ ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยพร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของกระทรวงพาณิชย์อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะด้านโลจิสติกส์และการกระจายสินค้า ในการส่งสินค้าจำเป็นเหล่านี้ไปถึงพี่น้องประชาชนทั่วประเทศให้ได้อย่างทั่วถึง

ทั้งนี้ ภาครัฐยังให้การสนับสนุนเพิ่มเติม เช่น การช่วยเหลือค่าขนส่งสินค้า การจัดทำคูปองส่วนลดจำนวน 500,000 ใบ มูลค่าใบละ 100 บาท เพื่อช่วยลดภาระทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ พร้อมทั้งส่งเสริมสินค้าเอสเอ็มอีและสินค้าชุมชนให้สามารถเติบโตและเข้าถึงตลาดได้มากขึ้น

โครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ” เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการดูแลประชาชนในช่วงภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน โดยมุ่งให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าจำเป็นในราคาประหยัด สะดวก ใกล้บ้าน และทั่วถึงทุกพื้นที่