
วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2569 เวลา 15.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีสงกรานต์พระประแดง ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “สงกรานต์บ้านฉัน สีสันไทไทย สุขไกลทั่วโลก Once in a Lifetime : Experience Songkran in Thailand” โดยมีนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ประธานกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรีและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ รักษาการที่ปรึกษาด้านความมั่นคง นางสาวเพชรรัตน์ สายทอง หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม (ผู้แทนปลัดกระทรวงวัฒนธรรม) นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นางสาวปราณิสา เตียวพิพิธพร ผู้เชี่ยวชาญด้านเครือข่ายและชุมชน ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกองส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ ดร.วิชัย จันทร์จำรูญ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดสมุทรปราการ นางอารีรัตน์ สุนทรเสนาะ วัฒนธรรมจังหวัดสมุทรปราการ นายอานนท์ บูรณะภักดี นายอำเภอพระประแดง นายสุนทร ปานแสงทอง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ นางจิระพร วชิรเขื่อนขันธ์ นายกเทศมนตรีเมืองพระประแดง ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม หัวหน้าส่วนราชการจากหน่วยงานต่าง ๆ แขกผู้มีเกียรติ สื่อมวลชน และประชาชน เข้าร่วม ณ ปะรำพิธีโรงเรียนเทศบาลป้อมแผลงไฟฟ้า จังหวัดสมุทรปราการ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า วันสงกรานต์นับเป็นโอกาสอันเป็นมงคล เนื่องจากเป็นวันปีใหม่ของไทยในอดีต คนไทยจะร่วมกันทำบุญ สรงน้ำพระ และรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ โดยเฉพาะประเพณีสงกรานต์พระประแดง ซึ่งเป็นประเพณีที่น่ายกย่องชมเชย เพราะเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นดั้งเดิมที่มีเอกลักษณ์ของชาวไทยเชื้อสายรามัญ พี่น้องชาวพระประแดงได้ร่วมกันอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามนี้ไว้เป็นอย่างดี และจัดสืบเนื่องกันมาทุกปี
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ประเพณีสงกรานต์พระประแดงเป็น 1 ในงานเทศกาลมหาสงกรานต์ 4 ภาค ตามโครงการ “เที่ยวทั่วไทย ไปได้ทุกเดือน” และได้รับการส่งเสริมสู่ระดับนานาชาติในฐานะ “Festival of the World” จึงเป็นประเพณีที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศทั่วโลก เมื่อปี พ.ศ. 2546 เทศบาลเมืองพระประแดงได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ จากการประกวดขบวนแห่ทางวัฒนธรรมและประเพณีไทย 76 จังหวัด “มหาสงกรานต์ เบิกบานวิถีไทย” และในปี พ.ศ. 2555–2556 ได้รับการคัดเลือกให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดีเด่นด้านการส่งเสริมมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม จากกระทรวงวัฒนธรรม
สงกรานต์พระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เป็นตัวแทน 1 ใน 5 จังหวัดของประเทศไทย ที่กรมส่งเสริมวัฒนธรรมลงพื้นที่เก็บข้อมูลประเพณีสงกรานต์ที่มีอัตลักษณ์โดดเด่น เพื่อเสนอต่อยูเนสโก และเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้ “สงกรานต์ในประเทศไทย” เป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของประเพณีสงกรานต์พระประแดงของชาวไทยรามัญ ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ สืบสาน และเผยแพร่สู่อนุชนรุ่นหลัง
นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเพณีสงกรานต์พระประแดงเป็นประเพณีที่ได้รับการกล่าวขานจากนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศว่าเป็นวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าและดึงดูดใจ ซึ่งช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทย กระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนท้องถิ่น ควบคู่ไปกับการธำรงรักษาประเพณีและวิถีชีวิตชุมชน อันเป็นรากฐานสำคัญของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งชื่นชมคณะผู้จัดงานและประชาชนชาวพระประแดงที่ร่วมแรงร่วมใจกันสืบสานประเพณีนี้อย่างต่อเนื่อง
ภายในงานมีการจัดกิจกรรมสะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างหลากหลาย อาทิ การสรงน้ำพระพุทธรูป การปล่อยนก-ปล่อยปลา การรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ การละเล่นสะบ้ารามัญ การสาธิตการกวนกาละแม การแสดงมินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน (มินตรา) และการเยี่ยมชมบ่อนสะบ้าหมู่บ้านรามัญ ซึ่งล้วนมีบทบาทในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเศรษฐกิจฐานราก
ทั้งนี้ รัฐบาล โดยกระทรวงวัฒนธรรม มีแนวทางยกระดับการจัดประเพณีสงกรานต์ในพื้นที่ที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นและมีศักยภาพสูง จำนวน 18 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร ครอบคลุมทั้งเมืองอัตลักษณ์และเมืองน่าเที่ยว เพื่อสร้างจุดขายใหม่ทางวัฒนธรรม ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยยังคงรักษาคุณค่า ความเชื่อ และอัตลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่นให้สอดคล้องกับบริบทร่วมสมัย “ที่สำคัญเป็นการต่อยอดหลังจากประเพณี ‘สงกรานต์ในประเทศไทย’ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (Intangible Cultural Heritage of Humanity) โดย UNESCO เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2566 ในการประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม สมัยประชุมครั้งที่ 18 ณ เมืองคาซาเน สาธารณรัฐบอตสวานา ภายใต้ชื่อรายการ ‘Songkran in Thailand, traditional Thai New Year festival’” นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าว
นอกจากนี้ รัฐบาล โดยกระทรวงวัฒนธรรม ยังบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนกว่า 30 หน่วยงาน ในการขับเคลื่อนการจัดงานสงกรานต์ใน 4 มิติ ได้แก่ มิติด้านวัฒนธรรม เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่าน 7 มาตรการ 17 แนวทาง อาทิ การส่งเสริมกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรมที่ถูกต้องเหมาะสม การต่อยอดกิจกรรมทางวัฒนธรรมสู่มูลค่าทางเศรษฐกิจ การใช้สื่อดิจิทัลเผยแพร่ภาพลักษณ์สงกรานต์ไทยสู่ระดับนานาชาติ การรณรงค์ด้านความปลอดภัย และการจัดงานอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามแนวคิด Zero Waste
“ประเพณีสงกรานต์ ไม่ใช่เพียงเทศกาลแห่งความสนุกสนาน หากแต่คือ จิตวิญญาณของความเป็นไทยที่สั่งสมสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ
และร่วมกันส่งต่อเทศกาลแห่งความสุขนี้ไปยังนักท่องเที่ยวทุกคนที่มาเยือนประเทศไทย รัฐบาลยืนยันจะเดินหน้าส่งเสริมและยกระดับทุนทางวัฒนธรรมของไทยให้เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และภาพลักษณ์ของประเทศในเวทีโลกอย่างยั่งยืนสืบไป” นายอนุทิน กล่าว
























