รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผย ผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2569 วันที่สองของการคุมเข้มเกิดอุบัติเหตุ 208 ครั้ง บาดเจ็บ 185 ราย เสียชีวิต 50 ราย สาเหตุหลักยังเป็นขับรถเร็วเกินกำหนด ส่วนพฤติกรรมเสี่ยงที่พบมากสุดคือ ไม่สวมหมวกนิรภัย ย้ำ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” ผู้สูงอายุหากขับขี่ยึดมาตรการ 5 Safe และติดที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กเพื่อความปลอดภัย

วันที่ 12 เมษายน 2569 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร ดร.นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวสรุปผลการดำเนินการของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 (10 – 16 เมษายน 2569) ว่า วันที่ 11 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่สองของการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน เกิดอุบัติเหตุ 208 ครั้ง เทียบกับวันที่สองของช่วงรณรงค์ปี 2568 พบว่า ลดลงร้อยละ 18.11 อุบัติเหตุสะสม 344 ครั้ง ผู้บาดเจ็บที่เข้ารับการรักษา 185 ราย ลดลงจากปีก่อน ร้อยละ 25.10 สะสม 317 ราย ส่วนผู้เสียชีวิต 50 ราย เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ร้อยละ 16.28 โดยจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด คือ นครราชสีมา และพิษณุโลก รวมผู้เสียชีวิตสะสม 71 ราย ทั้งนี้ สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุมากสุดยังคงเป็นการขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ดื่มแล้วขับ และตัดหน้ากระชั้นชิด ตามลำดับ สำหรับพฤติกรรมเสี่ยงที่พบมากสุด คือ ขับขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่สวมหมวกนิรภัย สำหรับการป้องปรามและลดพฤติกรรมเสี่ยง มีการตั้งด่านชุมชน 7,286 ด่าน พบไม่สวมหมวกนิรภัย 14,971 คน ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 5,970 คน ดื่มแล้วขับ 2,085 คน ความปลอดภัยของยานพาหนะ 1,475 คน และใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ 518 คน ขณะที่ชุดเคลื่อนที่เร็ว 3,066 ชุด ได้ลงพื้นที่เคาะประตูบ้าน 1,310 ครั้ง ตรวจจุดที่มีการเฉลิมฉลอง 778 ครั้ง และจุดที่มีงานประเพณี 862 ครั้ง ส่วนการดำเนินการด้านกฎหมาย มีการส่งเข้ากระบวนการคุมประพฤติ 1,174 คดี ขับรถขณะเมาสุรา 1,127 คดี ขับเสพ 47 คดี
ดร. นายแพทย์โสภณ กล่าวต่อว่า กระทวงสาธารณสุขร่วมดูแลผู้ใช้รถใช้ถนนตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินฯ ตลอด 24 ชั่วโมง ปฏิบัติงานร่วมกับศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน และมอบหมายให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ประจำด่านชุมชนทั่วประเทศ ช่วยคัดกรองและให้คำแนะนำด้านสุขภาพแก่ผู้ขับขี่ โดยเน้นย้ำมาตรการ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” รวมทั้งได้รณรงค์การใช้ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ซึ่งช่วยลดการเสียชีวิตในเด็กเล็กได้ถึง ร้อยละ 70 และลดการบาดเจ็บรุนแรงได้ถึง 5 เท่า และสนับสนุนให้ใช้ 5 มาตรการเพื่อให้สูงอายุขับขี่ปลอดภัย คือ 1) การมองเห็นที่ดี (Safe-Vision) 2) ร่างกายที่พร้อม (Safe-Body) 3)สมาธิและการตัดสินใจที่เหมาะสม (Safe-Brain) 4) โรคประจำตัวและยาที่ส่งผลต่อการขับขี่ (Safe-Health) เช่น ยาแก้แพ้ หรือยานอนหลับ และ 5) หากขับไม่ไหวให้ลูกหลานไปส่ง (Safe-Care)










