วันที่ 10 เมษายน 2569 จากกรณีพบซากพะยูน ไม่มีส่วนหัว เพศผู้ อยู่ในระยะโตเต็มวัย ยาวประมาณ 2.20 เมตร (ไม่รวมหัว) หนักประมาณ 120 กิโลกรัม พบเพรียงทั่วตัว บริเวณอกด้านขวาพบรอยบาดจากวัตถุมีคม หางมีเชือกแบบเกลียวมัดเป็นเงื่อนผูกไว้กับหินใต้น้ำที่ บริเวณเกาะยาวน้อย จ.พังงา ซึ่งนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งหาสาเหตุการตายและดำเนินการสืบสวนหาผู้กระทำผิดอย่างเร่งด่วนนั้น

ล่าสุด ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้แถลงถึงผลการชันสูตรซากพะยูน จากศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันดามันตอนบน โดย สพ.ญ. ธารินรัตน์ จึงธีรพานิช และ สพ.ญ. นรมน ทารักษา ดังนี้
-ความสมบูรณ์ของร่างกายอยู่ระดับผอมถึงปกติ (BCS 2.5-3/5)
-รอยตัดที่หัวเกิดจากของมีคม แต่ไม่ใช่สาเหตุการตาย เพราะมีขอบแผลเรียบ ขอบคม คาดว่าตัดหลังจากตายไม่เกิน 24 ชั่วโมง
-กระเพาะอาหารมีน้ำเป็นหลัก พบหญ้าเพียงเล็กน้อย สะท้อนถึงภาวะอดอาหารเป็นเวลานาน
-พบการยึดติดของสำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ คาดว่ามีภาวะลำไส้อักเสบรุนแรงเรื้อรัง
-ไม่พบฟองอากาศในทางเดินหายใจ หรือร่องรอยการสำลักน้ำ จึงไม่ใช่ตายจากการการจมน้ำเพราะติดเครื่องมือประมง
-ถุงน้ำดี มีน้ำดีสีเหลือง บ่งชี้ภาวะป่วยเรื้อรัง และคาดว่าตายมาแล้วมากกว่า 3 วันก่อนได้รับแจ้ง (ประมาณวันที่ 6 เมษายน 2569)
จากผลการผ่าชันสูตรทั้งหมด จึงสรุปได้ว่า พะยูนตัวดังกล่าว “ตายจากภาวะป่วยเรื้อรังและอ่อนแอ ไม่ได้ตายจากการติดเครื่องมือประมง หรือการล่าแต่อย่างใด” และจากการวิเคราะห์ทิศทางกระแสน้ำในปัจจุบันกับช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าแนวโน้มกระแสน้ำไหลไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ จึงคาดว่าซากพะยูนน่าจะถูกพัดมาจากทางอ่าวพังงาฝั่งตะวันออกถึงจังหวัดกระบี่

อย่างไรก็ตาม การตัดหัวพะยูนถือเป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 12 ห้ามมิให้ผู้ใดล่าสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครอง หากฝ่าฝืน ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ 3 – 15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 300,000 บาท – 1,500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึง มาตรา 17 หากผู้ใดมีสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากสัตว์ป่าดังกล่าว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 29 หากผู้ใดค้าสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ซากสัตว์ป่าดังกล่าว หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว ต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่ 3 – 15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 300,000 บาท – 1,500,000 บาท
ทั้งนี้ นายสุชาติ ชมกลิ่น ได้สั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เร่งรัดติดตามการดำเนินคดีอย่างเร่งด่วน พร้อมย้ำว่า “เราต้องกำจัดค่านิยมผิดๆ เรื่องการสะสมซากสัตว์ป่าให้หมดไป การกระทำครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ และต้องนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด” โดยหากประชาชนมีเบาะแสในเรื่องดังกล่าว หรือพบสัตว์ทะเลหายากบาดเจ็บหรือเกยตื้น สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ หรือสายด่วนพิทักษ์ป่าและรักษาทะเล โทร.1362 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง







