สธ. ร่วมเตรียมพร้อมดูแล ปชช. ช่วงสงกรานต์ แนะ “5 Safe” ลดอุบัติเหตุทางถนนในกลุ่มผู้ขับขี่สูงวัย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกระทรวงสาธารณสุข แถลงร่วมนายกรัฐมนตรี ในพิธีเปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 วาง 6 มาตรการดูแลประชาชน เปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินฯ ทำงานร่วม ศปถ. เตรียมทีมแพทย์ฉุกเฉิน สำรองน้ำมันรถพยาบาล เฝ้าระวังโรคจากความร้อน ตรวจวิเคราะห์ระดับแอลกอฮอล์ในเลือด คัดกรองคนเมาที่ด่านชุมชน พร้อมเอาผิดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เด็กและเยาวชน แนะผู้สูงอายุที่ยังขับขี่ยึดหลัก 5 Safes ลดเสี่ยงอุบัติเหตุ

วันที่ 10 เมษายน 2569 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ร่วมแถลงในพิธีเปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน

นายพัฒนา กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมของกระทรวงสาธารณสุข ได้มีข้อสั่งการถึงหน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศ ดังนี้ 1.ให้เปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินฯ (EOC) ทำงานร่วมกับศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ในทุกระดับอย่างใกล้ชิด 2.เตรียมทีมปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉิน (EMS) ทุกระดับ และบูรณาการหน่วยงานเครือข่ายทั่วประเทศ เพื่อพร้อมให้การช่วยเหลือการเกิดอุบัติเหตุหมู่ 3.ตรวจสอบและสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถพยาบาลให้เพียงพอต่อการปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉิน 4.ติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังโรคจากความร้อน และเตรียมเวชภัณฑ์สำหรับผู้ป่วยลมแดด (Heat Strok) ให้เพียงพอ 5.เตรียมพร้อมห้องปฏิบัติการของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในการตรวจวิเคราะห์ระดับแอลกอฮอล์ในเลือด รายงานผลภายใน 24 ชั่วโมง และ 6.เตรียมการรายงานข้อมูลผู้บาดเจ็บ การคัดกรองอาการเมา ณ ด่านชุมชน และการบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยหากพบเด็กและเยาวชนอายุไม่เกิน 20 ปี ที่สงสัยดื่มแล้วขับ จะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบหาผู้จำหน่ายหรือจัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

นายพัฒนา กล่าวต่อว่า สำหรับการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน นอกจากรณรงค์เรื่อง ลดความเร็ว ดื่มไม่ขับ และง่วงไม่ขับแล้ว ยังเน้นไปที่กลุ่มผู้สูงอายุ เนื่องจากพบสถิติเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยปี 2568 เสียชีวิตทางถนนถึง 4,343 ราย หรือร้อยละ 27 และผู้สูงอายุยังเป็นผู้ขับขี่เองถึง ร้อยละ 80 โดยใช้มาตรการ 5 Safes for Seniors ในการคัดกรองและให้คำแนะนำแก่ผู้สูงอายุที่ยังขับขี่ ประกอบด้วย 1.Safe Vision การมองเห็นที่ดี 2.Safe Body สภาพร่างกายที่พร้อม 3.Safe Brain สมาธิดีและมีการตัดสินใจที่เหมาะสม 4.Safe Health ไม่มีโรคประจำตัวหรือใช้ยาที่ส่งผลต่อการขับขี่ และ 5.Safe Care หากขับไม่ไหวให้ลูกหลานดูแลไปส่ง