นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า ปัจจุบันกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีประกาศ เรื่อง การกำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากโรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับการฆ่าสัตว์ ที่เข้าข่ายเป็นโรงงานอุตสาหกรรมตามพระราชบัญญัติโรงงาน ( ฉบับที่ 2 ) พ.ศ. 2562 คือ มีแรงม้าตั้งแต่ห้าสิบแรงม้าหรือกำลังเทียบเท่าตั้งแต่ห้าสิบแรงม้าขึ้นไป หรือใช้คนงานตั้งแต่ห้าสิบคนขึ้นไป โดยใช้เครื่องจักรหรือไม่ก็ตามเพื่อประกอบกิจการโรงงาน ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 10 กันยายน 2568 กำหนดมาตรฐานฯ จำนวน 11 พารามิเตอร์ โดยโรงงานที่มีน้ำทิ้งตั้งแต่ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ใช้บังคับในวันที่ 9 มีนาคม 2569 และโรงงานที่มีน้ำทิ้งน้อยกว่า 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ใช้บังคับในวันที่ 5 กันยายน 2569
นายสุรินทร์ กล่าวว่า จากการประชุมรับฟังความเห็นการกำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากโรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับการฆ่าสัตว์ ทั้งประชาชนและภาคส่วนต่างๆ มีข้อเสนอแนะให้พิจารณาโรงฆ่าสัตว์ขนาดเล็กที่ไม่เข้าข่ายตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2562 ( ที่มีแรงม้าน้อยกว่าห้าสิบแรงม้า หรือใช้คนงานน้อยกว่าห้าสิบคน ) เพื่อให้ครอบคลุมโรงฆ่าสัตว์ทุกขนาด โดยปัจจุบันมีโรงฆ่าสัตว์ขนาดเล็กจำนวนประมาณ 1,600 แห่งทั่วประเทศ ยังไม่มีมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้ง มีเพียงข้อกำหนดทั่วไปภายใต้กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพภายใต้พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ทำให้ส่วนใหญ่ยังขาดการจัดการมลพิษที่เพียงพอ จากผลการวิเคราะห์คุณภาพน้ำทิ้งจากโรงฆ่าสัตว์ขนาดเล็กพบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 90 มีค่าบีโอดีมากกว่า 100 มิลลิกรัมต่อลิตร มีความสกปรกในรูปของสารอินทรีย์สูงมาก
ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องมีการกำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากสถานประกอบการขนาดเล็กเกี่ยวกับการฆ่าสัตว์ เพื่อควบคุมการระบายน้ำทิ้งไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และให้เป็นมาตรฐานที่มีความเหมาะสมกับกระบวนการผลิต มลพิษที่เกิดขึ้น เทคโนโลยีการบำบัดมลพิษในปัจจุบัน และหน่วยงานท้องถิ่นสามารถนำไปใช้ในการกำกับดูแลสถานประกอบการได้ ซึ่งหากไม่มีการจัดการคุณภาพน้ำอย่างมีประสิทธิภาพอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก โดย คพ.จะเร่งจัดทำ (ร่าง) มาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากสถานประกอบการขนาดเล็กเกี่ยวกับการฆ่าสัตว์ เพื่อนำเสนอตามขั้นตอนกฏหมายและบังคับใช้ต่อไป นายสุรินทร์ กล่าว



