ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผย ค่าฝุ่น PM2.5 จังหวัดเชียงใหม่ สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานต่อเนื่อง แต่ยังไม่พบผู้ป่วย 4 กลุ่มโรคสำคัญเพิ่มกว่าปีที่ผ่านมา จัดบริการดูแลสุขภาพประชาชน ทั้งเปิดคลินิกมลพิษ ทำห้องปลอดฝุ่น ออกเยี่ยมบ้านผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง แจกหน้ากากอนามัยแล้วกว่า 3 แสนชิ้น จัดหามุ้งปลอดฝุ่นให้ผู้ป่วยติดเตียง 187 หลัง จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ในพื้นที่ค่าฝุ่นสูงระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมจัดทีมสอบสวนโรคกรณีพบการเจ็บป่วยเป็นกลุ่มก้อนหรือผิดปกติ

วันที่ 8 เมษายน 2569 นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยหลังลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และการดูแลผลกระทบด้านสุขภาพจากฝุ่น PM2.5 ที่จังหวัดเชียงใหม่ ว่า จากสถานการณ์ไฟป่าส่งผลให้ค่าฝุ่น PM2.5 ในจังหวัดเชียงใหม่ สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีการประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยและเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อัคคีภัยไฟป่า) ใน 12 อำเภอ ได้แก่ ฮอด สะเมิง ดอยสะเก็ด แม่แตง เชียงดาว แม่วาง แม่ริม พร้าว ดอยเต่า จอมทอง หางดง และกัลยานิวัฒนา อย่างไรก็ตาม จากการเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพใน 4 กลุ่มโรคสำคัญ ได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง เยื่อบุตาขาวอักเสบ ผิวหนังอักเสบ และโรคหัวใจและหลอดเลือด ตั้งแต่ 1 มกราคม – 5 เมษายน 2569 ยังไม่พบว่ามีผู้ป่วยทั้ง 4 กลุ่มโรคเพิ่มขึ้นกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568
นายแพทย์สมฤกษ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของการให้บริการด้านการแพทย์และสาธารณสุข มีการเปิด “คลินิกมลพิษ” โรงพยาบาลทั่วไป 4 แห่ง และจัด “ห้องปลอดฝุ่น” ในโรงพยาบาลและ รพ.สต. สำหรับรองรับผู้มารับบริการและผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางในชุมชน รวม 570 ห้อง มีผู้มารับบริการสะสม 6,143 ราย รวมทั้งมีการสำรองยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นสำหรับผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ และกลุ่มโรคที่มีอาการกำเริบจากฝุ่น PM2.5 เพื่อพร้อมให้บริการประชาชน นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการจัดทำห้องปลอดฝุ่นในสถานที่ให้บริการประชาชนทั้งภาครัฐและเอกชน ร้านอาหาร เครื่องดื่ม รวม 2,014 ห้อง โดยร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่พัฒนาแพลตฟอร์ม “ห้องพักปอด” สำหรับให้ประชาชนค้นหาห้องปลอดฝุ่นในพื้นที่ใกล้เคียงและเข้าใช้บริการ
สำหรับกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคหัวใจ และโรคทางเดินหายใจ รวม 4.2 แสนราย เจ้าหน้าที่ รพ.สต.และ อสม. ได้ออกติดตามเยี่ยมบ้าน แจกหน้ากากป้องกันฝุ่นและให้คำแนะนำ อาทิ การจัดสิ่งแวดล้อม การทำห้องปลอดฝุ่นในบ้าน ไปแล้ว 3.08 แสนราย โดยมีการแจกหน้ากากป้องกันฝุ่นให้กับกลุ่มเปราะบางและประชาชนรวม 311,767 ชิ้น และจัดหามุ้งปลอดฝุ่นสำหรับกลุ่มผู้ป่วยติดเตียง 187 หลัง ทั้งนี้ พื้นที่ค่าฝุ่นสูงในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ จะมีการจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ระดับอำเภอออกตรวจคัดกรองสุขภาพและให้คำแนะนำการปฏิบัติตน และกรณีพบการเจ็บป่วยเป็นกลุ่มก้อนหรือผิดปกติ จะจัดทีมปฏิบัติการร่วมกับสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 ลงพื้นที่สอบสวนโรคด้วย











