
วันที่ 7 เมษายน 2569 ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (ผอ.สคทช.) ประธานการประชุมหารือแนวทางความร่วมมือขับเคลื่อนตราสัญลักษณ์ผลิตภัณฑ์ คทช. เพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎระเบียบว่าด้วยสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่า ของสหภาพยุโรป (EU Regulation on Deforestation-free Products: EUDR) ในพื้นที่ คทช. โดยมีนายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วย ผู้แทนสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดน่าน ผู้แทนสำนักงานที่ดินจังหวัดน่าน ผู้แทนสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (สาขาแพร่) ผู้แทนสำนักงานสหกรณ์จังหวัดน่าน ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ สคทช. ณ ห้องประชุมเจ้ามหาพรหมสุรธาดา ชั้น 6 ศาลากลางจังหวัดน่าน
สคทช. เร่งสร้างความเชื่อมั่นสินค้าเกษตรไทยในพื้นที่ คทช. นำร่องพื้นที่จังหวัดน่าน ผลักดันตราสัญลักษณ์ผลิตภัณฑ์ คทช. เป็นเครื่องหมายการันตีสินค้าจากแหล่งที่ดินถูกกฎหมาย พร้อมวางแนวทางรับมือระเบียบ EUDR ของสหภาพยุโรป เน้นกลุ่มเกษตรกรกาแฟในเขตป่าสงวนฯ เพื่อรักษาฐานตลาดส่งออกและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

ดร.ชญานันท์ฯ ผอ.สคทช. เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมหารือแนวทางความร่วมมือขับเคลื่อน ตราสัญลักษณ์ผลิตภัณฑ์ คทช. ว่า สคทช. สร้างตราสัญลักษณ์ “คทช.” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นคู่ค้าทั่วโลก และได้รับทะเบียนตราสัญลักษณ์ผลิตภัณฑ์ คทช. จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา เพื่อใช้เป็นเครื่องหมายรับรองผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มาจากพื้นที่การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งเป็นการยืนยันว่าสินค้าเหล่านั้นผลิตบนที่ดินที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่เกิดจากการตัดไม้ทำลายป่า หรือทำให้ป่าเสื่อมโทรม มีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ “ตราสัญลักษณ์นี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์ที่จดจำง่าย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศ ว่าสินค้าจากพื้นที่ คทช. สนับสนุนให้ประชาชนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างถูกต้องและยั่งยืน”
นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างโอกาสให้ “กาแฟไทย” สู่ตลาด EU จังหวัดน่านถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากเป็นแหล่งปลูกกาแฟคุณภาพเยี่ยมที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ ซึ่ง กาแฟ เป็นสินค้าที่ดำเนินการตามกฎระเบียบว่าด้วยสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป หรือ EUDR ทำให้ต้องได้รับการตรวจสอบยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า และมีแหล่งที่มาจากพื้นที่ถูกกฎหมาย อย่างไรก็ตาม พื้นที่ปลูกกาแฟบางส่วนยังไม่ได้รับอนุญาตการใช้ประโยชน์ที่ดินตามกฎหมาย จึงเป็นหน้าที่สำคัญของหน่วยงานรัฐที่จะต้องช่วยกันขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้ภารกิจ คทช. อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเร่งดำเนินการดังนี้:
1. เร่งรัดการจัดที่ดิน ผลักดันการอนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินให้ถูกต้องตามกฎหมาย (Legality Requirement) เพื่อให้เกษตรกรมีเอกสารรับรองที่ชัดเจน
2. บูรณาการฐานข้อมูล:รวบรวมข้อมูลเกษตรกรที่ปลูกกาแฟบนที่ดินของรัฐ เพื่อสร้างระบบฐานข้อมูลที่สามารถตรวจสอบพิกัดแหล่งที่มาได้ตามเงื่อนไขของ EUDR
3. เสริมสร้างความเข้มแข็งวิสาหกิจชุมชน: เตรียมความพร้อมผ่านกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในการพัฒนามาตรฐานสินค้าและการใช้ตราสัญลักษณ์ คทช. เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์
4. พลิกวิกฤตเป็นโอกาสให้เกษตรกรไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ คทช. ให้สามารถร่วมขบวนสินค้า EUDR ที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้กับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดใหญ่ในวันที่ 30 ธันวาคม 2569 และสำหรับผู้ประกอบการขนาดเล็กในวันที่ 30 มิถุนายน 2570
ทั้งนี้ เวทีการหารือในวันนี้มุ่งหวังให้เกิดแนวทางการบูรณาการร่วมกัน ในการขับเคลื่อนตราสัญลักษณ์ผลิตภัณฑ์ คทช. เพื่อให้เกิดความชัดเจนและนำไปสู่การขับเคลื่อนได้อย่างแท้จริงนำไปสู่การสร้างโอกาสและยกระดับเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ คทช. ได้อย่างมั่นคง และยั่งยืนต่อไป ดร.ชญานันท์ฯ กล่าวทิ้งท้าย







