“พัฒนา”เผย ข้อมูลสมุนไพร 77 จังหวัด ปูทาง THAI FARMA HUB ยกระดับวัตถุดิบ ป้อน 50 โรงงานผลิตยาสมุนไพร GMP ทั่วประเทศ

รมว.สธ.เดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยครั้งใหญ่ เปิดตัวข้อมูลเชิงลึก “พื้นที่ปลูกสมุนไพร 30 รายการ” ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วไทย หวังใช้เป็นต้นแบบ Agri-Map เชื่อมโยงเกษตรกร เพื่อช่วยให้โรงงานผลิตยามาตรฐาน GMP กว่า 50 แห่งทั่วประเทศ สามารถเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบคุณภาพสูงได้อย่างแม่นยำ ลดปัญหาการขาดแคลนและยกระดับมาตรฐานการผลิตยาไทย เสริมความแกร่งห่วงโซ่อุปทานสมุนไพรไทยสู่ระดับสากล

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กำลังเร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การสร้างความมั่นคง ด้านวัตถุดิบ โดยการจัดทำข้อมูลพื้นที่ปลูกสมุนไพรครั้งนี้ เปรียบเสมือน “ลายแทง” สำคัญที่จะช่วยให้โรงงาน ผลิตยามาตรฐาน GMP กว่า 50 แห่งทั่วประเทศ สามารถเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบคุณภาพสูงได้อย่างแม่นยำ ลดปัญหา การขาดแคลนและยกระดับมาตรฐานการผลิตยาไทย

ในส่วน สถาบันวิจัยการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้มีการรวบรวมข้อมูลสมุนไพรครอบคลุมทั้ง สมุนไพรเดี่ยว 12 ชนิด (สมุนไพรแชมเปี้ยนของไทย) และสมุนไพร ในตำรับยาแผนไทยอีก 18 ตำรับ เช่น ตำรับยาทาพระเส้น ตำรับยาแก้เรื้อนกวาง (รักษาโรคสะเก็ดเงิน) และยาไฟโทเพล็กซ์ (Phytoplex) ซึ่งรวมแล้วมีสมุนไพรที่เกี่ยวข้องรวมกว่า 114 ชนิด

จากการสำรวจพบว่าพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นแหล่งรวมความหลากหลาย ของสมุนไพรที่สำคัญที่สุด โดยจังหวัดที่มีชนิดสมุนไพรมากที่สุด ได้แก่ 1.เชียงใหม่ 27 ชนิด 2.นครราชสีมา 25 ชนิด 3.ลำปาง และ แพร่ 24 ชนิด 4.พะเยา, จันทบุรี, ระยอง และ กาญจนบุรี 23 ชนิด

นอกจากนี้ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้จัดทำข้อมูลเชิงลึกถึงพื้นที่ปลูกสมุนไพร ที่มีความโดดเด่นในระดับจังหวัด โดยแบ่งออกตามภูมิภาค เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดดเด่น ด้านกระชายดำ, หอมแดง และว่านนางคำ ภาคใต้ มีแหล่งปลูกสำคัญของขมิ้นชัน (พบมากที่สุด ใน จ.สุราษฎร์ธานี), จันทน์เทศ และข้าวเย็นใต้ ภาคเหนือ แหล่งปลูก ขิง ที่ใหญ่ที่สุด (จ.น่าน)

ด้าน ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยว่า ข้อมูลชุดนี้จะถูกนำไปต่อยอดภายใต้โครงการ “ปลูกไทยด้วยใจรักษ์” และ “THAI FARMA HUB” เพื่อสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่สมบูรณ์ ผ่านกลไก Contract Farming ที่เชื่อมโยงเกษตรกรกับโรงงานอุตสาหกรรมโดยตรง การเปิดเผยข้อมูลแหล่งปลูกครั้งนี้ คือการสร้างรากฐานวัตถุดิบที่แข็งแกร่ง เพื่อให้สมุนไพรไทยเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ช่วยให้โรงงานสามารถวางแผนการผลิตได้แม่นยำ และเกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคง

กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก พร้อมเดินหน้าศึกษาวิจัยเพื่อหาพื้นที่ปลูกที่ให้ สารสำคัญสูง ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการส่งออกและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์สมุนไพรในอนาคต ต่อไป

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดหรือขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวได้ที่ สถาบันวิจัยการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ช่องทางการติดต่อโทรศัพท์ 0 2591 7007 ต่อ 2709 อีเมล: pratima.dtam@gmail.com เจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำข้อมูลวิชาการ และรายละเอียดเพิ่มเติม แก่ผู้ที่สนใจ