ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) ขยายความร่วมมือกับ กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ภายใต้โครงการพัฒนาบุคลากรและส่งเสริมความรู้ด้านการเงิน (Financial Literacy) เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้นำกลุ่มองค์กรเครือข่ายและประชาชน โดยมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้เติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
การลงนามในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน และนางสาวกฤษณา อร่ามกุลชัย กรรมการ ธนาคารไทยเครดิต ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โดยความร่วมมือมีระยะเวลา 2 ปี และจัดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 30 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ อาคารบี
สำหรับวัตถุประสงค์หลักของความร่วมมือในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่ 4 ด้านหลัก เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นระบบ ดังนี้
1. การถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงปฏิบัติ: พัฒนาบุคลากรและผู้นำชุมชนให้มีความรู้ด้านการเงินและการบริหารจัดการหนี้ตนเอง เพื่อนำไปถ่ายทอดต่อในกลุ่มเครือข่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
2. การพัฒนาหลักสูตร: ร่วมกันออกแบบและพัฒนาหลักสูตรด้านการเงินที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตและการทำธุรกิจของคนในชุมชน
3. การขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาชุมชน: เสริมสร้างนวัตกรรมในองค์กรเพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
4. การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ: บูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น
ธนาคารไทยเครดิต ในฐานะสถาบันการเงินที่มุ่งมั่นเคียงข้างผู้ประกอบการรายย่อยและชุมชน เดินหน้าสนับสนุนองค์ความรู้และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อถ่ายทอดทักษะด้านการเงิน การบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียน และการพัฒนาศักยภาพธุรกิจชุมชนอย่างเป็นระบบ มุ่งยกระดับศักยภาพทางการเงินของชุมชนอย่างรอบด้าน ผ่านการพัฒนาองค์ความรู้ที่สอดคล้องกับบริบทการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพ ควบคู่กับการนำข้อมูลและองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องมาวิเคราะห์และต่อยอด เพื่อพัฒนาบริการและแนวทางการดำเนินงานให้ตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนได้อย่างแท้จริง อันจะนำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจในระดับฐานรากอย่างยั่งยืน
ความร่วมมือระหว่างธนาคารไทยเครดิต และกรมการพัฒนาชุมชนในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญระหว่างภาครัฐและสถาบันการเงินในการส่งเสริมความรู้แก้ไขปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือนเป็นระบบอย่างยั่งยืน ผ่านการสร้าง “ภูมิคุ้มกันทางการเงิน” เพื่อให้ประชาชนชาวไทยสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคงและเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

