
วันที่ 3 เมษายน 2569 นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือร่วมกับ หม่อมหลวงกานตพงศ์ วรวุฒิ, นางสาวจิรายุ พิริยะคุณไพศาลย์ และนายศุภจิต พันกมลศิลป์ คณะทำงานเครือข่ายภาคประชาชน ตัวแทนภาคประชาชนและเครือข่ายด้านวัฒนธรรม โดยมีนางสาวรานี อิฐรัตน์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ว่า กระทรวงวัฒนธรรม ได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น ข้อห่วงใย และข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน ตามนโยบายของนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม โดยเน้นย้ำว่ากระทรวงวัฒนธรรมยังคงเดินหน้าผลักดัน “ชุดไทย” และมรดกวัฒนธรรมอื่นๆ อย่างต่อเนื่องในเวทีนานาชาติ ภายใต้การดำเนินงานอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านข้อมูลทางวิชาการ การสื่อสาร และความร่วมมือ เพื่อให้เกิดการยอมรับอย่างมั่นคงและยั่งยืนระยะยาวในเวทีนานาชาติ

ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า การหารือครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าทุกฝ่ายมีเป้าหมายร่วมกัน คือการดูแลและส่งเสริมวัฒนธรรมไทยให้ได้รับการยอมรับในระดับโลก โดยกระทรวงวัฒนธรรมให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน และมุ่งทำงานร่วมกันในลักษณะ “ทีมเดียวกัน” คือทีมประเทศไทย เพื่อเสริมพลังของประเทศ โดยในส่วนประเด็น “ชุดไทย” ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในขั้นตอนสำคัญในระดับนานาชาติ ซึ่งต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ เป็นไปตามแนวทางปฏิบัติในระดับสากล ขณะเดียวกันได้มีการขับเคลื่อนในหลายมิติอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนให้วัฒนธรรมไทยได้รับการยอมรับอย่างยั่งยืน
สำหรับ “สงกรานต์” ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมย้ำว่า “สงกรานต์ในประเทศไทย” ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติแล้ว และเป็นวัฒนธรรมที่มีอัตลักษณ์เฉพาะที่ชัดเจน ทั้งในด้านประเพณี วิถีชีวิต และการสืบทอดในสังคมไทย ซึ่งมีความหลากหลายของสงกรานต์ในแต่ละพื้นที่สะท้อนความร่ำรวยทางวัฒนธรรมและยังมีอัตลักษณ์ที่ชัดเจนด้วย โดยประเทศไทยยังคงมุ่งสื่อสารและแสดงให้เห็นคุณค่าของสงกรานต์ไทยอย่างต่อเนื่องในเวทีโลก
ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวอีกว่า “ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านวัฒนธรรมที่ชัดเจน และเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์และต่อเนื่อง จะช่วยเสริมพลังให้วัฒนธรรมไทยได้รับการยอมรับยิ่งขึ้น” แนวทางของประเทศไทยมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจ การสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง และการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน เพื่อเสริมความเข้มแข็งของประเทศในเวทีโลกอย่างยั่งยืน
ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวย้ำว่า ขอขอบคุณและชวนคนไทย “แต่งไทยทั้งเดือน” สร้างพลังวัฒนธรรมไทย โดยขอเชิญชวนประชาชนทั่วประเทศร่วมกิจกรรม “ภูมิใจแต่งไทยทั้งแผ่นดิน” ตลอดเดือนเมษายน เพื่อร่วมกันแสดงอัตลักษณ์และความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ผ่านช่วงเวลาสำคัญทางวัฒนธรรมของประเทศ ได้แก่
– สัปดาห์วันอนุรักษ์มรดกไทย (2–8 เมษายน) ร่วมสืบสานคุณค่ามรดกทางวัฒนธรรมไทย ผ่านการแต่งกายด้วยผ้าไทยและชุดไทยในโอกาสต่าง ๆ
– ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ในทุกพื้นที่ของประเทศไทย (8–22 เมษายน) ร่วมสืบสาน “สงกรานต์แบบไทย” ซึ่งเป็นเทศกาลที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยสามารถแต่งกายด้วยชุดไทยหรือผ้าไทย เข้าร่วมกิจกรรมในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ตามบริบทของแต่ละท้องถิ่น
– วันคล้ายวันสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ (21 เมษายน) และกิจกรรมเฉลิมฉลองระหว่างวันที่ (22–26 เมษายน) ร่วมแต่งกายด้วยชุดไทย เพื่อแสดงความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์ของชาติ
นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมยังกล่าวเสริมว่า กระทรวงวัฒนธรรมขอเชิญชวนให้ประชาชนสามารถเลือกสวมใส่ผ้าไทยหรือชุดไทยในชีวิตประจำวันตามความเหมาะสม เพื่อให้วัฒนธรรมไทยเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตร่วมสมัยอย่างยั่งยืน เช่น
• ร่วมเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย
• สื่อสารด้วยความเข้าใจ และไม่ส่งต่อข้อมูลที่คลาดเคลื่อน
• ถ่ายทอดความงดงามของวัฒนธรรมไทยสู่สายตานานาชาติ
กระทรวงวัฒนธรรมขอขอบคุณทุกหน่วยงานและประชาชนที่ร่วมกันขับเคลื่อนกิจกรรม “ภูมิใจแต่งไทยทั้งแผ่นดิน” ตั้งแต่การเปิดตัวกิจกรรมเมื่อวันที่ 31 มีนาคม และการร่วมแต่งไทยพร้อมกันทั่วประเทศเมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนพลังความร่วมมือของคนไทยอย่างชัดเจน
“คนไทยทุกคนคือพลังสำคัญของประเทศ การสื่อสารของเรามีผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีโลก วัฒนธรรมไทยเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติอยู่แล้ว และหากทุกคนร่วมมือกันอย่างสร้างสรรค์ จะช่วยเสริมความเข้มแข็งให้ประเทศไทยในระยะยาว ซึ่งเป็นการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม“ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมกล่าวในตอนท้าย



