สธ. ชูแนวคิด “Healthspan Economy” พลิกระบบสุขภาพไทย สู่สังคมอายุยืนอย่างมีคุณภาพ

รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดงาน “Techsauce Healthspan Festival 2026” เวทีนวัตกรรมด้านสุขภาพระดับประเทศ ชี้โลกกำลังก้าวข้ามยุคของการรักษาพยาบาล (Healthcare) สู่ยุคแห่งช่วงเวลาของการมีสุขภาพดี (Healthspan) ที่ไม่ใช่แค่การมีอายุยืนยาว แต่ต้องเป็นการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพในทุกช่วงวัย

วันที่ 27 มีนาคม 2569 ที่ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดงาน “Techsauce Healthspan Festival 2026” โดยกล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากระบบ “Healthcare” ที่เน้นการรักษาโรค ไปสู่ “Healthspan” คือการมีชีวิตที่ยืนยาวควบคู่กับสุขภาพที่ดีในทุกช่วงวัย ซึ่งความท้าทายสำคัญของโลกและประเทศไทย ได้แก่ สังคมสูงวัย การเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่สูงขึ้น จึงจำเป็นต้องปรับระบบสุขภาพโดยเน้น “การป้องกัน” มากกว่าการรักษา และมีเทคโนโลยีเป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนระบบสุขภาพ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ช่วยวินิจฉัยโรค อุปกรณ์สวมใส่ติดตามสุขภาพแบบเรียลไทม์ การใช้ซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชันในการบำบัดรักษา และการแพทย์แม่นยำที่ทำนายความเสี่ยงโรคเฉพาะบุคคล ซึ่งจะทำให้ระบบสุขภาพเปลี่ยนจาก “โรงพยาบาลเป็นศูนย์กลาง” ไปสู่ “ประชาชนเป็นศูนย์กลาง”

นพ.เอกชัย กล่าวต่อว่า สุขภาพไม่ใช่เพียงต้นทุนของประเทศ แต่คือหนึ่งในโอกาสทางเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของโลกยุคใหม่ การสร้างระบบสุขภาพที่ดี ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของสาธารณสุข แต่เป็นการสร้างสังคมที่แข็งแรง เศรษฐกิจที่ยั่งยืน และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน โดยประเทศไทยมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นศูนย์กลางด้าน Healthspan Economy จากความพร้อมด้านบุคลากร ระบบบริการสุขภาพ และการเติบโตของนวัตกรรม ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้เดินหน้าภายใต้แนวคิด “สานต่อ วางรากฐาน ร่วมพัฒนา” ผ่าน 5 นโยบายสำคัญ ได้แก่ 1.ระบบบริการสุขภาพที่เข้าถึงและลดความเหลื่อมล้ำ บริหารทรัพยากรร่วมกันทั้งจังหวัด พร้อมระบบ Telemedicine 2.การสร้างสุขภาพดีทุกช่วงวัย เน้นป้องกัน NCDs และการดูแลตัวเอง 3.การพัฒนา Digital Health, AI และ Big Data พัฒนา “หมอพร้อม” สู่ Super App ที่เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพตั้งแต่เกิดจนสูงวัย 4.การขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพ (Health Economy) ยกระดับเศรษฐกิจสุขภาพและนวัตกรรมทางการแพทย์ และ 5.การพัฒนาศักยภาพบุคลากรสุขภาพ เพิ่มขีดความสามารถและสร้างแรงจูงใจให้คนทำงานซึ่งเป็นหัวใจของระบบ ทั้งนี้ อนาคตของระบบสุขภาพไม่ใช่ระบบที่รอรักษาผู้ป่วย ไม่ใช่โรงพยาบาลที่ใหญ่ขึ้น แต่คือระบบที่ช่วยให้คนมีสุขภาพดีได้นานที่สุด