“รมว.พัฒนา” เผย รพ.หางดง จ.เชียงใหม่ วางแผนย้ายพื้นที่แห่งใหม่ ให้บริการเฉพาะทาง รองรับผู้ป่วยได้มากขึ้น พร้อมปรับพื้นที่เดิมเป็นศูนย์เวลเนส ดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เยี่ยมติดตามการดำเนินงานของโรงพยาบาลหางดง พบปัญหาความแออัด มีขีดจำกัดด้านทำเลที่ตั้งไม่สามารถขยายพื้นที่บริการได้ วางแผนแผนก่อสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่ในทำเลยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงระบบส่งต่อได้รวดเร็ว เป็นศูนย์กลางการรักษาด้านวิกฤตและเฉพาะทาง พร้อมพัฒนาพื้นที่เดิมเป็นศูนย์เวลเนส ดูแลสุขภาพเชิงป้องกันครบวงจร

วันที่ 25 มีนาคม 2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่เยี่ยมติดตามการดำเนินงานของโรงพยาบาลหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ว่า โรงพยาบาลหางดงเป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาด 90 เตียง ดูแลประชากร 100,621 คน มีผู้ป่วยนอกเฉลี่ย 517 คนต่อวัน ผู้ป่วยฉุกเฉิน 70 คนต่อวัน ขณะที่ผู้ป่วยในมีอัตราครองเตียงสูงถึง 101% ซึ่งพื้นที่เดิมมีเพียง 3 ไร่ 2 งาน ไม่สามารถต่อเติมขยายพื้นที่รองรับความต้องการบริการของผู้ป่วยในปัจจุบันได้ ทำให้เกิดปัญหาความแออัดในทุกจุดบริการ ผู้ป่วยสูญเสียเวลาและโอกาสในการรักษา โรงพยาบาลได้ทำแผนก่อสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่ ขนาด 156 เตียง ณ ตำบลน้ำแพร่ บนเนื้อที่ 17 ไร่ 93 ตารางวา ซึ่งเป็นทำเลเชิงยุทธศาสตร์ในด้านการเข้าถึงและการส่งต่อผู้ป่วย เนื่องจากอยู่ห่างจากถนนเลี่ยงเมืองสันป่าตอง-หางดง 500 เมตร รถฉุกเฉินสามารถออกให้บริการและส่งต่อผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็ว โดยมีระยะทางห่างจากโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ 15 กิโลเมตร โรงพยาบาลนครพิงค์ 22 กิโลเมตร โรงพยาบาลสันป่าตอง 17 กิโลเมตร และโรงพยาบาลหางดงแห่งเดิม 8 กิโลเมตร

ด้านแพทย์หญิงกชพร อินทวงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหางดง กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการก่อสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่ ดำเนินการภายใต้วิสัยทัศน์ Seamless patient flow โดยจะพัฒนาศักยภาพให้เป็นศูนย์กลางการรักษาด้านวิกฤตและเฉพาะทาง (Acute Care Center) ทั้งการรักษาผู้ป่วยหนัก อุบัติเหตุฉุกเฉิน ห้องผ่าตัดและ ICU ที่ทันสมัย และอาคารฟอกไต ด้วยรูปแบบบริการเบ็ดเสร็จ (One-stop-service) เพิ่มความคล่องตัวและลดระยะเวลารอคอยของผู้ป่วย พร้อมกันนี้ได้วางแผนปรับปรุงพื้นที่โรงพยาบาลแห่งเดิมเป็น ศูนย์เวลเนสหางดง (Rehab & Wellness Hub) มุ่งเน้นการดูแลระยะกลาง กายภาพบำบัด เวชศาสตร์ชะลอวัย และการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันครบวงจร