
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคร่วมกับกรมการค้าภายใน ณ ตลาดถนอมมิตร เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร โดยมี นายสราวุธ ฉายาวิริยะ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านตรวจสอบและระบบการตรวจสอบ กรมการค้าภายใน และนายศุภกร กิจคณากร เจ้าของตลาด เข้าร่วมด้วย ซึ่งการลงพื้นที่ในวันนี้เป็นไปตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ที่ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ เร่งลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าทันทีทั่วประเทศ เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้า โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ดูแลทั้งด้านราคาและปริมาณสินค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านค่าครองชีพ และสร้างความมั่นใจว่าสินค้าจำเป็นยังมีเพียงพอและจำหน่ายในราคาที่เป็นธรรม
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์สินค้า ณ ตลาดถนอมมิตร พบว่า สินค้าอุปโภคบริโภคหลักยังมีปริมาณจำหน่ายเพียงพอ ในขณะที่ราคาสินค้ามีทั้งปรับเพิ่มขึ้น ทรงตัว และลดลง ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า อาทิ เนื้อหมูราคาปรับขึ้นจากเดือนที่ผ่านมา โดยเนื้อแดงสะโพกที่ตัดแต่งแล้วราคาอยู่ที่ 160 บาท/กก. ในขณะที่สินค้าไก่ราคาปรับตัวสูงในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ราคาขณะนี้ยังทรงตัว และคาดว่าราคาไก่ไม่น่าปรับตัวสูงไปกว่านี้เนื่องจากราคาจากโรงงานเริ่มมีแนวโน้มลดลง สำหรับสินค้าไข่ไก่พบว่าราคาปรับเพิ่มขึ้นจากสองสัปดาห์ที่แล้วเล็กน้อย โดยไข่ไก่เบอร์ 3 ปัจจุบันราคาอยู่ที่ 3.7 บาท/ฟอง ปรับเพิ่มขึ้นมา 20 สตางค์ ในส่วนของสินค้าผักสดบางประเภทราคาปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย เช่น ต้นหอม มะเขือ มะนาว เนื่องจากสภาพอากาศที่ส่งผลให้ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยลง ในขณะที่ผักอื่น ๆ เช่น ผักกาด กะหล่ำปลี (ที่ตกแต่งแล้ว) ไม่มีการปรับขึ้นราคา และอาหารทะเลสดก็พบว่าไม่มีการปรับขึ้นราคาเช่นเดียวกัน
สำหรับสินค้าในร้านขายของชำ บางรายการปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย เช่น ถุงพลาสติก และน้ำมันพืช แต่ข้าวสารยังไม่ปรับขึ้นราคา ในขณะที่ร้านขายอาหารปรุงสุก เช่น ร้านข้าวแกง ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านข้าวมันไก่ ร้านข้าวไข่เจียว ไม่มีการปรับขึ้นราคา เนื่องจาก พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ยอมแบกรับต้นทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของบรรจุภัณฑ์พลาสติก เช่น ถุงพลาสติก กล่องบรรจุอาหาร รวมถึงยางวง ที่มีปรับราคาสูงขึ้น แต่ยังไม่มีการปรับขึ้นราคาขายอาหารเพื่อรักษากลุ่มลูกค้าประจำไว้
นางอารดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันกระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามปริมาณสต็อกสินค้าและโครงสร้างต้นทุนอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ทั้งในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และต่างจังหวัด เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าอุปโภคบริโภคยังมีเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนทั่วประเทศ โดยเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้าทุกประเภท ตั้งแต่อาหารปรุงสำเร็จ อาหารสำเร็จรูป ผักและผลไม้ ไข่ไก่ บรรจุภัณฑ์พลาสติก รวมถึงสินค้าโปรตีนสำคัญ เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ และอาหารทะเล ควบคู่กับการสอบถามผู้ประกอบการถึงโครงสร้างต้นทุนอย่างละเอียด เพื่อแยกให้ชัดเจนว่าสินค้าที่จำหน่ายเป็นต้นทุนเดิมหรือต้นทุนใหม่ ซึ่งหากเป็นสินค้าที่ผลิตจากวัตถุดิบหรือสต็อกเดิมจะต้องไม่มีการปรับขึ้นราคาอย่างเด็ดขาด และหากพบการกักตุนหรือฉวยโอกาสขึ้นราคา จะดำเนินการตามกฎหมายทันที
ทั้งนี้ หากตรวจพบการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา กักตุนสินค้า หรือปฏิเสธการจำหน่าย จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยกรณีไม่ติดป้ายแสดงราคามีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และกรณีจำหน่ายสินค้าแพงเกินสมควร กักตุนสินค้า หรือปฏิเสธการจำหน่าย มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569













