“ตรีนุช” ห่วงผู้สูงวัยไร้งานทำ สั่งเตรียมตำแหน่งงานว่างกว่า 1,900 อัตรารองรับ พร้อม Up Skill – Re-skill ทักษะดิจิทัลให้แรงงานสูงวัย

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน เปิดเผยถึงการแก้ไขปัญหาการมีงานทำของผู้สูงอายุ ในสถานการณ์ที่ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ ว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 20 % ของประชากรทั้งประเทศ หรือประมาณ 15 ล้านคน ในจำนวนนี้มากกว่า 30 % หรือประมาณ 1 ใน 3 ยังคงทำงานอยู่ เนื่องจากไม่มีเงินออมและไม่มีคนดูแล และคาดว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า สัดส่วนของประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างแรงงานและทิศทางการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวม

รมว.แรงงาน กล่าวว่า ปัจจุบันผู้สูงอายุเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศมีรายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ โดย 31.6% มีรายได้เฉลี่ยเพียงวันละ 83-167 บาท และอีก 19.9% มีรายได้น้อยกว่า 83 บาทต่อวัน ซึ่งเป็นระดับรายได้ที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นยังพบว่า 2 ใน 3 ของผู้สูงอายุ หรือประมาณ 66.7% ไม่มีเงินออมเลย จึงจำเป็นต้อง ต้องทำงานต่อ และมีผู้สูงอายุถึง 5.26 ล้านคน หรือ 37.2% ยังทำงานอยู่ โดยให้เหตุผลหลักว่าสุขภาพยังแข็งแรงและมีความจำเป็นด้านรายได้ สะท้อนว่าผู้สูงอายุจำนวนมากไม่ได้ต้องการเป็นภาระพึ่งพิงของสังคมหรือภาครัฐ แต่ต้องการที่จะมีบทบาท มีคุณค่า และสามารถดูแลตนเองได้

นางสาวตรีนุช กล่าวว่า ข้อจำกัดในการส่งเสริมการจ้างงานในผู้สูงอายุส่วนหนึ่งมากจากการที่ผู้สูงอายุจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้ ทำให้การพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในหลายภาคส่วนยังคงเป็นเรื่องท้าทายและต้องใช้เวลาในการปรับตัว ขณะเดียวกัน ผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยยังเข้าไม่ถึงสวัสดิการของรัฐอย่างทั่วถึง เพราะขาดแคลนอุปกรณ์ดิจิทัลพื้นฐาน เช่น สมาร์ทโฟนหรืออินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการลงทะเบียนและเข้าถึงบริการภาครัฐในยุคดิจิทัล ส่งผลให้กลุ่มผู้สูงอายุบางส่วนหลุดจากระบบและไม่ได้รับการสนับสนุนหรือการดูแลที่เหมาะสมจากภาครัฐ ในส่วนนี้ได้ให้นโยบายกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงานไปแล้วให้ดำเนินการUp Skill – Re-skill ทักษะด้านดิจิทัลให้กับผู้สูงอายุ เพื่อให้สามารถเข้าทำงานได้

รมว.แรงงาน ยังกล่าวอีกว่า ได้ให้กรมการจัดหางานเดินหน้าส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ โดยเตรียมตำแหน่งงานว่างกว่า 1,969 อัตราเพื่อรองรับ เช่น พนักงานขายสินค้า แรงงานทั่วไป แม่บ้าน พนักงานรักษาความปลอดภัย พนักงานธุรการ เป็นต้น

ด้านนายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า ผู้สูงอายุหรือลูกหลานที่ต้องการหางานให้ผู้สูงวัยในบ้านทำ สามารถสมัครงานได้เอง ผ่านทางแอพพลิเคชั่นและเว็บไซท์ “ไทยมีงานทำ” โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กรมการจัดหางานได้ลงพื้นที่พบสถานประกอบการอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ ซึ่งที่ผ่านมา มีผู้สูงอายุได้รับการจ้างงานแล้ว 554 คน จากผู้ที่มาใช้บริการจัดหางาน 632 คน คิดเป็นมูลค่ารายได้รวมกว่า 53 ล้านบาทต่อปี ตำแหน่งงานที่ผู้สูงอายุได้รับการบรรจุงานมากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่ แรงงานทั่วไป แม่บ้าน พนักงานดูแลความปลอดภัย พนักงานธุรการ และพนักงานขับรถยนต์ ตามลำดับ โดยกรมการจัดหางาน ได้ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุประกอบอาชีพอิสระ มีการให้ความรู้ด้านการประกอบอาชีพ การตลาดออนไลน์ การใช้เทคโนโลยี การทำบัญชี และการเข้าถึงแหล่งเงินทุน รวมถึงพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุให้เป็นวิทยากรถ่ายทอดภูมิปัญญา สร้างรายได้และคุณค่าให้แก่ตนเองและ ซึ่งปัจจุบันมีสถานประกอบการชั้นนำเช่น CJ More, Big C, Lotus, HomePro, McDonald’s และ Central ได้เปิดโอกาสในการจ้างงานผู้สูงอายุโดยเน้นงานเบา งานพาร์ทไทม์ และงานบริการที่ผู้สูงอายุสามารถทำได้

ผู้สูงอายุที่สนใจสมัครงานสามารถค้นหาตำแหน่งงานได้ผ่านแพลตฟอร์ม “ไทยมีงานทำ” ทางเว็บไซต์ ไทยมีงานทำ.doe.go.th หรือแอปพลิเคชัน “ไทยมีงานทำ” ส่วนผู้ที่สนใจประกอบอาชีพอิสระสามารถใช้บริการผ่านแพลตฟอร์ม “คนทำงานอิสระ” หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทั่วประเทศสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 ศูนย์บริการจัดหางานเพื่อคนไทย (Smart Job center) หรือที่เว็บไซต์ ไทยมีงานทำ.doe.go.th หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน