อย. ออกมาตรการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการในการนำเข้าวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พร้อมเปิดช่องทาง Fast Track เร่งรัดการพิจารณา ย้ำเป้าหมายสำคัญเพื่อให้ประชาชนยังสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพที่จำเป็นได้อย่างเพียงพอ ต่อเนื่อง และปลอดภัย
เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อระบบโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการนำเข้าวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความล่าช้า การขาดแคลน และต้นทุนที่สูงขึ้น ดังนั้น เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพที่จำเป็น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงได้ออกมาตรการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อการเข้าถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพที่จำเป็นจากสถานการณ์วิกฤติในตะวันออกกลาง เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวได้อย่างเหมาะสมในภาวะวิกฤต โดยยังคงรักษามาตรฐานด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิผลของผลิตภัณฑ์สุขภาพเป็นสำคัญ ควบคู่กับการดูแลไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลนในประเทศ สำหรับมาตรการสำคัญ ได้แก่
– การปรับเปลี่ยนแหล่งวัตถุดิบ : อนุญาตให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนแหล่งที่มาของวัตถุดิบ ตัวทำละลาย หรือรูปแบบวัตถุดิบได้ โดยต้องไม่กระทบต่อโครงสร้างทางเคมี และไม่ส่งผลต่อคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิผลของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาต
– การปรับเปลี่ยนภาชนะบรรจุ : ในกรณีที่เกิดการขาดแคลน สามารถเปลี่ยนรูปแบบ ชนิด หรือขนาดบรรจุได้ โดยต้องมีมาตรฐานและความปลอดภัยเทียบเท่าหรือดีกว่าเดิม
– เปิดช่องทางพิจารณาแบบเร่งด่วน (Fast Track) : เพื่อให้การอนุมัติการปรับเปลี่ยนต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว สอดรับกับสถานการณ์ฉุกเฉิน ลดผลกระทบต่อการผลิตและการกระจายสินค้าในระบบ
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการยื่นคำขอได้ทางเว็บไซต์ของ อย. ที่ https://www.fda.moph.go.th
เลขาธิการฯ อย. กล่าวย้ำว่า มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญเพื่อ “คงความต่อเนื่องของการเข้าถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพของประชาชน” ไม่ว่าจะเป็นยา อาหาร เครื่องมือแพทย์ หรือผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่น ๆ ที่จำเป็น โดย อย. จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมปรับมาตรการเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์สุขภาพยังคงมีเพียงพอ ปลอดภัย และได้มาตรฐาน

