
วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม 2569 สถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิต ได้จัดกิจกรรม “เปิดบ้านวันดาวน์ซินโดรมโลก (World Down Syndrome Day Open House) ปี 2569” ณ อาคารเรียน 2 สถาบันราชานุกูล โดยนายแพทย์ทวีศักดิ์ สิริรัตน์เรขา ผู้อำนวยการสถาบันราชานุกูล ได้กล่าวว่า กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ สร้างแรงบันดาลใจ สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ตลอดจนลดอคติและส่งเสริมทัศนคติเชิงบวกต่อบุคคลดาวน์ซินโดรมและเด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการและสติปัญญา
เนื่องด้วยวันที่ 21 มีนาคมของทุกปีถูกกำหนดให้เป็นวันดาวน์ซินโดรมโลก สถาบันราชานุกูล ในฐานะหน่วยงานเฉพาะทางด้านสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่น รวมถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพ จึงได้เชื่อมโยงความร่วมมือจากเครือข่ายภาครัฐ เอกชน สถานศึกษา และชุมชน โดยมุ่งเน้นการสื่อสารสาระสำคัญที่ว่า “การเข้าถึงบริการเร็ว + การติดตามต่อเนื่อง + สภาพแวดล้อมที่เข้าใจ” คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนให้เด็กและครอบครัวสามารถก้าวต่อไปข้างหน้าได้อย่างแท้จริง

สถิติและสถานการณ์ที่สำคัญ
• องค์การสหประชาชาติประเมินว่า อุบัติการณ์ของดาวน์ซินโดรมทั่วโลกอยู่ที่ราว 1 ใน 1,000–1,100 ของการเกิดมีชีพ
• สำหรับประเทศไทย ข้อมูลจากกรมอนามัยระบุว่า พบอุบัติการณ์กลุ่มอาการดาวน์ประมาณ 1 ต่อ 800 ของทารกแรกเกิด
• หากไม่มีระบบบริการตรวจคัดกรองในหญิงตั้งครรภ์ อาจพบเด็กเกิดใหม่ที่เป็นกลุ่มอาการดาวน์ได้ถึงประมาณ 750 รายต่อปี (จากจำนวนเด็กเกิดใหม่ราว 600,000 คนต่อปี)
ไฮไลต์กิจกรรมภายในงาน
• โซนให้ความรู้: นำเสนอแนวทางการดูแลแบบทีมสหวิชาชีพ ซึ่งครอบคลุมทั้งด้านพัฒนาการ การบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพ การศึกษาพิเศษ และการฝึกอาชีพเพื่อก้าวสู่การจ้างงานในอนาคต
• เวที Rajanukul Ability Stage: การเปิดเวที “ศักยภาพมีอยู่จริง” เพื่อให้เด็กพิเศษและครอบครัวได้โชว์เคส (Showcase) แสดงความสามารถและศักยภาพอย่างสร้างสรรค์และน่าภาคภูมิใจ
• ตลาดนัดอาชีพ: พื้นที่สำหรับส่งเสริมทักษะอาชีพและสนับสนุนการสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวของผู้รับบริการ
• การจัดบูธเครือข่าย: การรวมพลังของเครือข่ายสุขภาพ การศึกษา และภาคสังคม เพื่อร่วมจัดกิจกรรมสร้างการเรียนรู้และส่งเสริมแนวคิดการอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียม
กิจกรรมในวันนี้ได้รับความร่วมมืออย่างพร้อมเพรียงจากกลุ่มเป้าหมายหลากหลายภาคส่วน ทั้งเด็กและครอบครัว ผู้เลี้ยงดู บุคลากรทางการศึกษาและสาธารณสุข สื่อมวลชน องค์กรเพื่อคนพิการ มูลนิธิ และชมรมต่าง ๆ เพื่อร่วมกันตอกย้ำข้อความสำคัญ (Key Message) ของงานที่ว่า “ศักยภาพมีอยู่จริง เมื่อเราให้โอกาส” หรือ “Different abilities, equal value” เพราะแม้บุคคลจะมีความสามารถที่แตกต่างกัน แต่คุณค่าความเป็นคนนั้นมีความเท่าเทียมกัน และเมื่อสังคมเปิดโอกาส มอบความเข้าใจ และให้การสนับสนุนอย่างเหมาะสม เด็กทุกคนก็ย่อมสามารถเติบโตและเปล่งประกายได้ในแบบฉบับของตนเอง








