ศกพ. เตือน ฝุ่นขยับสูงขึ้นภาคอีสาน ! ควบคุมการเผาทุกชนิด

ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ รายงานคุณภาพอากาศประจำวันที่ 19 มีนาคม 2569 ณ 12:00 น. ภาพรวมปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ในประเทศขยับสูงขึ้นบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือตอนบน พบเกินค่ามาตรฐาน (สีส้ม) ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดที่ประชิดชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน เช่น นครพนม หนองคาย อุบลราชธานี ศรีสะเกษ รวมถึงจังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน และพิษณุโลก ในขณะที่พื้นที่อื่นๆภาพรวมยังคงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ทั้งนี้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตรวจวัดได้ 26.2 – 61.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ภาคเหนือ 10.1 – 44.8 มคก./ลบ.ม. ภาคกลางและภาคตะวันตก 15.4 – 34.8 มคก./ลบ.ม. ภาคตะวันออก 9.7 – 27.1 มคก./ลบ.ม. ภาคใต้11.2 – 15.0 มคก./ลบ.ม. กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 6.4 – 29.8 มคก./ลบ.ม.

ข้อมูลจุดความร้อน ณ วันที่ 18 มีนาคม 2569 พบว่า ประเทศไทยพบจุดความร้อนทั้งสิ้น 430 จุด โดยส่วนใหญ่พบในพื้นที่ป่า 205 จุด รองลงมาคือพื้นที่นาข้าว 90 จุด ทั้งนี้ จุดความร้อนในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะบริเวณที่ประชิดกับภาคอีสานขยับสูงขึ้น คพ. จึงได้ประสานงานผ่านกลไกอาเซียน รวมถึงใช้ช่องทาง Hot Line ระดับอธิบดี ร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน ขอความร่วมมือในการลดและควบคุมการเผาในที่โล่ง เพื่อลดผลกระทบจากหมอกควันข้ามแดน พร้อมทั้งขอความร่วมมือหน่วยงานในประเทศเข้มงวดมาตรการห้ามเผาอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) และป้องกันมลพิษทางอากาศ ทั้งนี้ เพื่อสุขภาพอนามัยที่ดีของประชาชน

จากการคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองล่วงหน้า พบว่า พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดที่ประชิดชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน เช่น นครพนม หนองคาย อุบลราชธานี ศรีสะเกษ เป็นต้น ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในช่วงนี้ ทั้งนี้ ฝุ่นละอองมีแนวโน้มขยับสูงขึ้นเนื่องจากอัตราการระบายอากาศค่อนข้างต่ำ ประกอบกับข้อมูลจุดความร้อนที่ขยับสูงขึ้นทั้งจากในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน จึงต้องควบคุมการเผาทุกชนิดภายในประเทศเพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ ศกพ. ขอให้พี่น้องประชาชนดูแลสุขภาพ หากมีความจำเป็นควรสวมใส่หน้ากากอนามัยและอุปกรณ์ป้องกันตัวเองเมื่อออกนอกบ้าน ปฏิบัติตนตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้ สามารถติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองได้ผ่านเว็บไซต์ Air4Thai.pcd.go.th หรือ ทางแอปพลิเคชัน Air4Thai