กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลและกระทรวงวัฒนธรรม (Quick Big Win) ด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง และการเปิดพื้นที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมใหม่ ๆ (Unseen Thai Thai) โดยนำทุนทางศาสนา วัฒนธรรม และความเชื่อ มาต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการส่งเสริมอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน กว่า 20 เส้นทางทั่วประเทศ
นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า จังหวัดปัตตานี เป็นพื้นที่ที่มีความโดดเด่นด้านความหลากหลายทางศาสนาและวัฒนธรรม ทั้งศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม และความเชื่อแบบจีน ที่ผสมผสานและอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน สะท้อนผ่านวิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ยาวนาน อาหารพื้นถิ่น และทรัพยากรธรรมชาติที่งดงาม จึงมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศ จึงกำหนดจัดกิจกรรมตามรอยเส้นทางธรรมแห่งศรัทธา “เส้นทางตามรอยศรัทธา เมืองพหุวัฒนธรรมปัตตานี จังหวัดปัตตานี” ในวันที่ 28 มีนาคม 2569 ณ อุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี เพื่อสร้างการรับรู้แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และส่งเสริมการท่องเที่ยวในมิติศาสนาให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ซึ่งเป็น 1 ใน 20 เส้นทางท่องเที่ยวมิติศาสนาที่ได้รับการส่งเสริมในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
ไฮไลต์สำคัญของการจัดกิจกรรม คือ การเปิดเส้นทางท่องเที่ยวแบบ One Day Trip เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญระดับ Unseen ของจังหวัดปัตตานี จำนวน 7 แห่ง ได้แก่ 1. อุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ อากาศเย็นสบาย เหมาะสำหรับพักผ่อนและทำกิจกรรม เช่น เดินป่า นั่งรถจิ๊บโบราณ และชิมผลไม้ตามฤดูกาล ควบคู่การเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนทรายขาวแบบพหุวัฒนธรรม 2. วัดราษฎร์บูรณาราม (วัดช้างให้) วัดเก่าแก่กว่า 300 ปี เป็นที่ประดิษฐานหลวงปู่ทวด พระเถราจารย์ชื่อดังที่พุทธศาสนิกชนเคารพศรัทธา 3. เมืองโบราณยะรัง แหล่งโบราณคดีสำคัญ คาดว่าเป็นศูนย์กลางอาณาจักรลังกาสุกะ อายุเก่าแก่กว่า 1,000 ปี สะท้อนอารยธรรมโบราณในคาบสมุทรมลายู 4. ศาลเจ้าเล่งจูเกียง หรือ ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ศาลเจ้าเก่าแก่สมัยอยุธยา เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวไทยพุทธและไทยเชื้อสายจีน มีความเชื่อเรื่อง “เงินถุงแดง” เพื่อเสริมสิริมงคลด้านการค้าขาย 5. มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี ศูนย์กลางศาสนาอิสลามในภาคใต้ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมงดงามคล้ายทัชมาฮาล และเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมของนักท่องเที่ยว 6. มัสยิดกรือเซะ โบราณสถานอายุกว่า 300 ปี สร้างด้วยอิฐแดง มีเอกลักษณ์สถาปัตยกรรมแบบอาหรับ และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในภูมิภาค 7. วัดอัครเทวดาคาเบรียล ศูนย์กลางชุมชนคาทอลิกในจังหวัดปัตตานี สะท้อนบทบาทของคณะธรรมทูตด้านศาสนาและการศึกษาในอดีต
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน ผ่านการจำหน่ายอาหารพื้นถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมมลายูผสมผสานกับความเป็นไทยอย่างลงตัว อาทิ ไก่ฆอและ ข้าวยำปัตตานี มะตะบะ โรตีปาแย และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ผ้าจวนตานี ผ้าบาติก งานจักสาน ผลิตภัณฑ์ลูกปัดมโนราห์ อีกทั้งสินค้าแปรรูป ที่สะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นและสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชน รวมไปถึงการเช่าบูชาวัตถุมงคล อย่างเหรียญหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ เป็นต้น
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างศาสนา และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคมพหุวัฒนธรรม พร้อมทั้งมุ่งยกระดับภาพลักษณ์ของจังหวัดปัตตานีให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรม
ทั้งนี้ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม คาดหวังให้กิจกรรมดังกล่าวเป็นต้นแบบในการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงศาสนาในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ โดยให้วัดและศาสนสถานเป็นศูนย์กลางในการถ่ายทอดคุณธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของคนในพื้นที่ ควบคู่กับการกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยว ประชาชนทั่วไป ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมเดินทางสัมผัสวัฒนธรรม 3 วิถี และเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของจังหวัดปัตตานี ผู้สนใจสามารถเข้าชมหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book) : “เส้นทางตามรอยศรัทธา เมืองพหุวัฒนธรรมปัตตานี” ได้ที่ ระบบฐานข้อมูลสื่อสิ่งพิมพ์ กรมการศาสนา https://e-book.dra.go.th/site/index?page=1&per-page=12 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี โทร. 073 323 197 และสายด่วนวัฒนธรรม 1765
















